












มาถึงแบงก์ร้อย ส่วนใหญ่คงจำกันแม่นว่า "หลังธนบัตร" สีแดงใบละร้อย เป็นภาพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยะมหาราช แต่คุณเคยรู้ "คุณค่า" หลังธนบัตรนี้ไหม คำตอบนี่ครับ.. "ประเพณีทาสที่มีอยู่ในพระราชอาณาจักรสยาม ถึงเป็นวิธีทาสทำสารกรมธรรม์ ขายตัวด้วยใจสมัคร มิใช่ทาสเชลย ที่เป็นการกดขี่อย่างร้ายแรงก็จริง แต่เป็นเครื่องกีดขวางทางเจริญ ประโยชน์และสุขสำราญ ของมหาชนอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นจะต้องเลิกถอน อย่าให้มีประเพณีทาสในพระราชอาณาจักรนี้ กรุงสยามจึงจะมีความสมบูรณ์เท่าทันประเทศอื่น" |

| แบงก์ ๕oo ล่ะ ใช้ธนบัตรสีม่วง รู้ไหมเป็นภาพพระองค์ไหน แน่นอนว่าหลายคนคงนึกไม่ออก ..เพราะเป็น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชดำรัสไว้ในเราทราบคือ.. "การงานสิ่งใดของเขาที่ดี ควรจะเรียนร่ำเอาไว้ ก็เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปเสียทีเดียว" |

| แบงก์ใหญ่ที่สุด ธนบัตรใบละ ๑ooo บาท หลายคนทราบดีว่าเป็นภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เคย "อ่าน" สิ่งที่มี "คุณค่า" หลังธนบัตรไหม เศรษฐกิจแบบพอเพียง … เศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง นี่คือ"คุณค่า"หลังธนบัตรที่เราไม่ค่อยสังเกตุกัน |


โรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติต่อสิ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ ซึ่งปกติสารเหล่านี้อาจไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้กับคนปกติทั่วไป โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นกับทุกวัย แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ไม่ใช่โรคติดต่อ
อวัยวะที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้
ทางลมหายใจ ถ้าสิ่งกระตุ้นผ่านเข้ามาทางลมหายใจ ตั้งแต่รูจมูกลงไปยังปอด ก็จะทำให้เป็นหวัด คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คันคอ เจ็บคอ ไอ มีเสมหะ เสียงแหบแห้งและลงไปยังหลอดลม ทำให้หลอดลมตีบตันเป็นหอบหืด
ทางผิวหนัง
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางผิวหนัง จะทำให้เกิดผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย
ทางอาหาร
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางอาหาร จะทำให้ท้องเสีย อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด เสียไข่ขาวในเลือด อาจทำให้เกิดอาการทางระบบอื่นๆ ได้ เช่น ลมพิษ หน้าตาบวม
ทางตา
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางตา จะทำให้เกิดอาการแสบตา คันตา หนังตาบวม น้ำตาไหล
แต่วันนี้พี่มิ้งขอพูดถึงภูมิแพ้ทางลมหายใจ (เพราะดูจะพบเจอบ่อยที่สุด) สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้นั้นมีหลายอย่าง
1.ฝุ่นบ้าน ตัวไรฝุ่นบ้าน มักปะปนอยู่ในฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 มม.มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
2.แมลงต่างๆ แมลงที่มักอาศัยอยู่ภายในบ้าน เช่น แมลงสาบ แมงมุม มด ยุง ปลวก และแมลงที่อาศัยอยู่นอกบ้าน เช่น ผึ้ง แตน ต่อ มดนานาชนิด เป็นต้น
3.เกสรดอกหญ้า ดอกไม้ ตอกข้าว วัชพืช สิ่งเหล่านี้มักปลิวอยู่ในอากาศตามกระแสลม ซึ่งสามารถพัดลอยไปได้ไกลๆ หรืออาจเป็นลักษณะขุยๆ ติดตามมุ้งลวดหน้าต่าง เกสรดอกหญ้าที่ปลิวมาตามสายลม
4.ขนสัตว์ ขนของสัตว์เลี้ยงเป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ เช่น ขนแมว ขนสุนัข ขนนก ขนเป็ด ขนไก่ ขนกระต่าง ขนนกหรือขนเป็ด ขนไก่ที่ตากแห้งใช้ยัดที่นอนและหมอน สำหรับนุ่น ฟองน้ำ ยางพารา ใยมะพร้าว เมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลานานก็จะสามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้เช่นกันครับ
บางคนเชื่อว่า ถ้าเด็กเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่เล็กพอโตขึ้นอาจหายไปเองได ้และไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนัก มาดูแนวทางการรักษาภูมิแพ้กันดีกว่า
- การรักษาภูมิแพ้ที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ต้องใช้การรักษาโดยรับประทานยาแก้แพ้ อาจร่วมกับการใช้ยาพ่นจมูก หรือรักษาโดยวิธีการฉีดสารก่อภูมิแพ้ โดยฉีดสารที่คนไข้แพ้ในปริมาณ และความเข้มข้นน้อยๆ จากนั้นจะเพิ่มปริมาณและความเข้มข้นขึ้น เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งนั้นๆ ได้
- ทานยาแก้แพ้ต่อเนื่องนาน ๆ มีผลต่อร่างกายหรือไม่ ยาแก้แพ้ในปัจจุบันมีผลเสียต่อร่างกายน้อยมาก อย่างไรก็ตามถ้าอาการแพ้ดีขึ้นหรือในช่วงนั้นไม่มีอาการแพ้สามารถหยุดยาได้ แต่ เมื่อมีอาการแพ้เกิดขึ้นอีก สามารถกลับมารับประทานยาได้อย่างเดิม
- ยาพ่นจมูกแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
ยาที่ลดการบวมของโพรงจมูก ยานี้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะจะทำให้โพรงจมูกแห้งมาก อาจทำให้เลือดกำเดาไหลได้

- แมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfish) : เห็นสีสันของแมงกะพรุนชนิดนี้แล้ว ต้องขอบอกสวยมากเลย แต่น้องๆ ชาว Dek-D.com รู้กันบ้างรึเปล่าจ๊ะว่าพิษของมันก็ร้ายแรงเช่นเดียวกัน เพราะแมงกะพรุนชนิดนี้มีเขี้ยวพิษอยู่ในเซลล์จำนวนกว่าล้านเซลล์ ซึ่งผู้ที่ถูกพิศจะมีอาการช็อค และหัวใจวาย วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ใช้น้ำส้มสายชูราดลงไปที่บริเวณที่ถูกพิษ วิธีนี้จะช่วยเบาเทาพิษได้ หลังจากนั้นรีบหาส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
- งูจงอาง (King Cobra) : งูชนิดนี้ถือว่าเป็นงูที่มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มันกินงูอื่น หนู กบ และตะกวดเป็นอาหาร พิษของมันสามารถฆ่าคนตายได้ในระยะเวลาสั้นๆ รวมทั้งช้างตัวเต็มวัยที่สามารถตายได้ภายใน 3 ชั่วโมง น่ากลัวมากเลยใช่ไหมจ๊ะ ผู้ที่โดนงูจงอางกัดจะมีอาการหนังตาตก พูดและกลืนน้ำลายลำบาก แขนขาอ่อ่นแรง หายใจติดขัด และหยุดหายใจในเวลาต่อมา วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ใช้เชือกรัดเหนือบาดแผลประมาณ 5- 15 ซม. อย่ารัดแน่นจนเกินไปพอให้นิ้วมือสอดเข้าไปได้ สาเหตุที่ต้องรัดเชือกนั้นเป็นเพราะเพื่อป้องกันไม่ให้พิษของงูดูดซึมเข้าไปในท่อน้ำเหลือง และเส้นเลือดดำที่จะเข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจ นอกจกานี้ยังต้องให้ผู้แวยนอนอยู่นิ่งๆ และจัดท่าบาดแผลให้อยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ ทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์ และทิงเจอร์ หลังจากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาล
- หอยเต้าปูนลายหินอ่อน (Marbled Cone Snail) : ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า หอยมรณะ เป็นหอยอีกชนิดหนึ่งที่มีสีสันสวยงาม แต่ก็อันตรายสุดๆ เพราะพิษแค่หยดเดียวของมันสามารถฆ่าคนได้มากถึง 20 คน โดยผู้ที่ถูกพิษจะมีอาการ คือ รอบแผลจะซีด บวม เขียวซ้ำ รู้สึกชารอบๆ บาดแผล หลังจากนั้นจะมีอาการบวมแดง ตาพร่ามัว คลื่นไส้ อาเจียน พูดและหายใจติดขัด เจ็บหน้าอก ทำให้หัวใจ และเสียชีวิตได้ วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำเช่นเดียวกับโดนงูกัด










มาถึงแบงก์ร้อย ส่วนใหญ่คงจำกันแม่นว่า "หลังธนบัตร" สีแดงใบละร้อย เป็นภาพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยะมหาราช แต่คุณเคยรู้ "คุณค่า" หลังธนบัตรนี้ไหม คำตอบนี่ครับ.. "ประเพณีทาสที่มีอยู่ในพระราชอาณาจักรสยาม ถึงเป็นวิธีทาสทำสารกรมธรรม์ ขายตัวด้วยใจสมัคร มิใช่ทาสเชลย ที่เป็นการกดขี่อย่างร้ายแรงก็จริง แต่เป็นเครื่องกีดขวางทางเจริญ ประโยชน์และสุขสำราญ ของมหาชนอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นจะต้องเลิกถอน อย่าให้มีประเพณีทาสในพระราชอาณาจักรนี้ กรุงสยามจึงจะมีความสมบูรณ์เท่าทันประเทศอื่น" |

| แบงก์ ๕oo ล่ะ ใช้ธนบัตรสีม่วง รู้ไหมเป็นภาพพระองค์ไหน แน่นอนว่าหลายคนคงนึกไม่ออก ..เพราะเป็น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชดำรัสไว้ในเราทราบคือ.. "การงานสิ่งใดของเขาที่ดี ควรจะเรียนร่ำเอาไว้ ก็เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปเสียทีเดียว" |

| แบงก์ใหญ่ที่สุด ธนบัตรใบละ ๑ooo บาท หลายคนทราบดีว่าเป็นภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เคย "อ่าน" สิ่งที่มี "คุณค่า" หลังธนบัตรไหม เศรษฐกิจแบบพอเพียง … เศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง นี่คือ"คุณค่า"หลังธนบัตรที่เราไม่ค่อยสังเกตุกัน |


โรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติต่อสิ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ ซึ่งปกติสารเหล่านี้อาจไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้กับคนปกติทั่วไป โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นกับทุกวัย แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ไม่ใช่โรคติดต่อ
อวัยวะที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้
ทางลมหายใจ ถ้าสิ่งกระตุ้นผ่านเข้ามาทางลมหายใจ ตั้งแต่รูจมูกลงไปยังปอด ก็จะทำให้เป็นหวัด คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คันคอ เจ็บคอ ไอ มีเสมหะ เสียงแหบแห้งและลงไปยังหลอดลม ทำให้หลอดลมตีบตันเป็นหอบหืด
ทางผิวหนัง
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางผิวหนัง จะทำให้เกิดผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย
ทางอาหาร
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางอาหาร จะทำให้ท้องเสีย อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด เสียไข่ขาวในเลือด อาจทำให้เกิดอาการทางระบบอื่นๆ ได้ เช่น ลมพิษ หน้าตาบวม
ทางตา
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางตา จะทำให้เกิดอาการแสบตา คันตา หนังตาบวม น้ำตาไหล
แต่วันนี้พี่มิ้งขอพูดถึงภูมิแพ้ทางลมหายใจ (เพราะดูจะพบเจอบ่อยที่สุด) สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้นั้นมีหลายอย่าง
1.ฝุ่นบ้าน ตัวไรฝุ่นบ้าน มักปะปนอยู่ในฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 มม.มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
2.แมลงต่างๆ แมลงที่มักอาศัยอยู่ภายในบ้าน เช่น แมลงสาบ แมงมุม มด ยุง ปลวก และแมลงที่อาศัยอยู่นอกบ้าน เช่น ผึ้ง แตน ต่อ มดนานาชนิด เป็นต้น
3.เกสรดอกหญ้า ดอกไม้ ตอกข้าว วัชพืช สิ่งเหล่านี้มักปลิวอยู่ในอากาศตามกระแสลม ซึ่งสามารถพัดลอยไปได้ไกลๆ หรืออาจเป็นลักษณะขุยๆ ติดตามมุ้งลวดหน้าต่าง เกสรดอกหญ้าที่ปลิวมาตามสายลม
4.ขนสัตว์ ขนของสัตว์เลี้ยงเป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ เช่น ขนแมว ขนสุนัข ขนนก ขนเป็ด ขนไก่ ขนกระต่าง ขนนกหรือขนเป็ด ขนไก่ที่ตากแห้งใช้ยัดที่นอนและหมอน สำหรับนุ่น ฟองน้ำ ยางพารา ใยมะพร้าว เมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลานานก็จะสามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้เช่นกันครับ
บางคนเชื่อว่า ถ้าเด็กเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่เล็กพอโตขึ้นอาจหายไปเองได ้และไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนัก มาดูแนวทางการรักษาภูมิแพ้กันดีกว่า
- การรักษาภูมิแพ้ที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ต้องใช้การรักษาโดยรับประทานยาแก้แพ้ อาจร่วมกับการใช้ยาพ่นจมูก หรือรักษาโดยวิธีการฉีดสารก่อภูมิแพ้ โดยฉีดสารที่คนไข้แพ้ในปริมาณ และความเข้มข้นน้อยๆ จากนั้นจะเพิ่มปริมาณและความเข้มข้นขึ้น เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งนั้นๆ ได้
- ทานยาแก้แพ้ต่อเนื่องนาน ๆ มีผลต่อร่างกายหรือไม่ ยาแก้แพ้ในปัจจุบันมีผลเสียต่อร่างกายน้อยมาก อย่างไรก็ตามถ้าอาการแพ้ดีขึ้นหรือในช่วงนั้นไม่มีอาการแพ้สามารถหยุดยาได้ แต่ เมื่อมีอาการแพ้เกิดขึ้นอีก สามารถกลับมารับประทานยาได้อย่างเดิม
- ยาพ่นจมูกแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
ยาที่ลดการบวมของโพรงจมูก ยานี้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะจะทำให้โพรงจมูกแห้งมาก อาจทำให้เลือดกำเดาไหลได้

- แมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfish) : เห็นสีสันของแมงกะพรุนชนิดนี้แล้ว ต้องขอบอกสวยมากเลย แต่น้องๆ ชาว Dek-D.com รู้กันบ้างรึเปล่าจ๊ะว่าพิษของมันก็ร้ายแรงเช่นเดียวกัน เพราะแมงกะพรุนชนิดนี้มีเขี้ยวพิษอยู่ในเซลล์จำนวนกว่าล้านเซลล์ ซึ่งผู้ที่ถูกพิศจะมีอาการช็อค และหัวใจวาย วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ใช้น้ำส้มสายชูราดลงไปที่บริเวณที่ถูกพิษ วิธีนี้จะช่วยเบาเทาพิษได้ หลังจากนั้นรีบหาส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
- งูจงอาง (King Cobra) : งูชนิดนี้ถือว่าเป็นงูที่มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มันกินงูอื่น หนู กบ และตะกวดเป็นอาหาร พิษของมันสามารถฆ่าคนตายได้ในระยะเวลาสั้นๆ รวมทั้งช้างตัวเต็มวัยที่สามารถตายได้ภายใน 3 ชั่วโมง น่ากลัวมากเลยใช่ไหมจ๊ะ ผู้ที่โดนงูจงอางกัดจะมีอาการหนังตาตก พูดและกลืนน้ำลายลำบาก แขนขาอ่อ่นแรง หายใจติดขัด และหยุดหายใจในเวลาต่อมา วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ใช้เชือกรัดเหนือบาดแผลประมาณ 5- 15 ซม. อย่ารัดแน่นจนเกินไปพอให้นิ้วมือสอดเข้าไปได้ สาเหตุที่ต้องรัดเชือกนั้นเป็นเพราะเพื่อป้องกันไม่ให้พิษของงูดูดซึมเข้าไปในท่อน้ำเหลือง และเส้นเลือดดำที่จะเข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจ นอกจกานี้ยังต้องให้ผู้แวยนอนอยู่นิ่งๆ และจัดท่าบาดแผลให้อยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ ทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์ และทิงเจอร์ หลังจากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาล
- หอยเต้าปูนลายหินอ่อน (Marbled Cone Snail) : ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า หอยมรณะ เป็นหอยอีกชนิดหนึ่งที่มีสีสันสวยงาม แต่ก็อันตรายสุดๆ เพราะพิษแค่หยดเดียวของมันสามารถฆ่าคนได้มากถึง 20 คน โดยผู้ที่ถูกพิษจะมีอาการ คือ รอบแผลจะซีด บวม เขียวซ้ำ รู้สึกชารอบๆ บาดแผล หลังจากนั้นจะมีอาการบวมแดง ตาพร่ามัว คลื่นไส้ อาเจียน พูดและหายใจติดขัด เจ็บหน้าอก ทำให้หัวใจ และเสียชีวิตได้ วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำเช่นเดียวกับโดนงูกัด

