วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

เลขนำโชคประจำราศี

เลขมงคลนำโชคประจำราศีเกิด



ราศีเมษ (21 มี.ค. – 20 เม.ย.) เลขนำโชค คือ 1, 4, 9 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีพฤษภ (21 เม.ย. – 21 พ.ค.) เลขนำโชค คือ 4, 5, 6, 7, 1 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีเมถุน (22พ.ค. – 21มิ.ย.) เลขนำโชค คือ 5, 9, 4, 3, 6 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีกรกฎ(22มิ.ย. - 23ก.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 7, 8, 0 เลขตัดโชค คือ 1


ราศีสิงค์(24ก.ค. – 23ส.ค.) เลขนำโชค คือ 8 , 9, 3, 1 เลขตัดโชค คือ 6


ราศีกันย์ (24ส.ค. – 23ก.ย.) เลขนำโชค คือ 4 , 5, 0, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีตุล(24ก.ย. – 23ต.ค.) เลขนำโชค คือ 3, 6, 7 ลขตัดโชค คือ 8


ราศีพิจิก(24ต.ค. – 22พ.ย.) เลขนำโชค คือ 3 , 4, 5, 1 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีธนู(23พ.ย. – 21ธ.ค.) เลขนำโชค คือ 5 , 9, 1, 2 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีมังกร(22ธ.ค. – 20 ม.ค.) เลขนำโชค คือ 1, 2, 8 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีกุมภ์(21ม.ค. – 19ก.พ.) เลขนำโชค คือ 1, 7, 5, 4 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีมีน(20ก.พ. – 20มี.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ลางบอกเหตุ : ตาเขม่น


เรื่องตาเขม่นตามความเป็นจริงแล้ว เขม่นได้หลายส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก แขน ขา หรือแม้กระทั่งตา ดังนั้นการเขม่นตาจะแบ่งออก เป็น 3 ช่วง มีอะไรบ้างมาดูกัน

หากเขม่นตาในช่วงเช้า - บ่าย คนโบราณกล่าวไว้ว่า

- หากเป็นข้างขวา จะมีโชค ลาภ ได้รับข่าวดี เรียกว่า จะสมหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คอย

- หากเขม่นที่ตาซ้าย ท่านว่าจะมีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวังเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน เช่น มีการทะเลาะกัน เกิดขึ้น หรือจะต้องสูญเสียของรักบางอย่างไป

- ถ้าเขม่นตาไม่ว่าจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาในช่วงเวลาเย็น ถือว่ามีโชคมีลาภ จะได้พบญาติสนิทมิตรรักเดินทางมาหา

ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน

- การเขม่นตาขวา จะได้ดี จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิดขึ้น

- ถ้าหากเขม่นตาซ้าย จะมีโชคลาภจากเพื่อน จะสมหวังสิ่งที่รอคอย เรียกว่า ขวาร้าย-ซ้ายดี

การเขม่นตานี้เชื่อกันว่า เป็นลางบอกเหตุที่แม่นยำมาก ท่านให้ถือเวลาที่จะเกิดเหตุไม่ดีและร้ายภายใน 3 วันอย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน









"40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน"

1. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนจะมีแต่กุลสตรีผู้เรียบร้อย

2. ความจริงคือ รร.ชายล้วนยังเรียบร้อยกว่า

3. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนก็ต้องมีแต่ผู้หญิง

4. หารู้ไม่ว่าที่จริง 30% เป็นทอม 20%เป็นดี้ และ50% ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นทอมหรือดี้หรือเป็นผู้หญิงธรรมดาดี

5. สิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมาก คือ มีดาราหนุ่มเข้ามาใน รร.

6. และสิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมากกว่า คือ มีสาวหล่อเข้ามาใน รร.

7.โรงอาหารไม่ใช่ที่กินข้าว แต่เป็นที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์ของสาวๆ

8.แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่สาวๆ ที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์คือสนามบาส

9.และสนามบาสไม่ได้มีไว้เล่นบาสเท่านั้น มันยังมีไว้กินข้าว นอนพักผ่อน ลอกการบ้าน ทำโครงงาน และแก้บน

10.ห้องสมุดเป็นที่สำหรับคน 2 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.คนที่มาหาที่นอน

11.ห้องพักครูเป็นที่สำหรับคน 3 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.เด็กผิดระเบียบ 3.โดนเรียกมาใช้งาน

12.หนังสือที่ขายดีที่สุดในโรงเรียนหญิงล้วนมี 2 ประเภทคือ 1.แจ่มใส 2.พูนิก้า

13.อาหารที่มียอดขายสูงสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ อาหารอีสาน

14.อาหารที่มียอดขายต่ำสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ สเต็ก

15.แต่เวลาไปเที่ยวห้าง สาวๆกลับชอบกินสเต็ก (ซะงั้น!?)

16.เขียนชื่อบอกรักคนนู้นคนนี้บนโต๊ะไม่ใช่เรื่องแปลก

17.และอย่าแปลกใจถ้ามีชื่อเพื่อนเราถูกบอกรักอยู่บนโต๊ะ

18.อย่าอิจฉามัน แต่จงเอามาล้อให้มันอายมุดดินหนี

19.ใครคบกับรุ่นพี่น่าอิจฉา ใครคบกับรุ่นน้องน่าอิจฉากว่า แต่ใครคบกับผู้ชาย-ทรยศ

20.ความฮ็อตของแต่ละคนไม่ได้วัดด้วยจำนวนช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์

21.แต่วัดด้วยราคาของช็อกโกแลตมากกว่า

22.เวลาเรียน คนมักจะไม่ค่อยครบ ยิ่งเวลาที่มีดารานักร้องมา รร. คนยิ่งหาย

23.ที่เหลืออยู่ในห้องจะมี เด็กเนิร์ด หัวหน้าหรือตัวแทนห้องเพื่อรับมืออาจารย์

24.เวลาเรียกส่งงานมักจะมีเสียงดังขึ้นมาว่า "อย่าพึ่งเก็บน้า เราพึ่งลอกได้หน้าเดียวเอง"

25.ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ดีก็จะตอบว่า "เคๆ งั้นคาบ 4 ค่อยส่งน้า"

26.แต่ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ไม่ดีก็จะตอบว่า "แกจะให้เราแบกไปเองช้ะ! เออ!

ไม่ต้องรีบส่งหรอก เราแค่ต้องแบกไปอีกสามคาบเอง!"

27.ทุกคนจะมีตารางสอนของทุกห้อง เผื่อเวลาลืมเอาหนังสือมาจะได้แว้บไปยืมได้

28. ทุกคนจะมีเพื่อนอยู่ทุกห้อง เผื่อเวลาสอบท้ายหน่วยจะได้ไปขอคำปรึกษาได้ = =+

29.เวลาสอบเสร็จ จะมีคน 2 พวกคือ 1.วิ่งแก้บน 2.ไปฉลองสเวนเซ่นแล้วค่อยมาแก้บนวันหลัง

30.แล้วก็ไม่รู้ทำไม สอบเสร็จต้องไปฉลองที่สเวนเซ่น

31.แล้วก็ไม่รู้ทำไม จะต้องบนเป็นการวิ่ง ไม่บนของกินนั่นนี่เหมือนที่อื่นเขา

32.แต่บางทีเราก็เห็นการแก้บนด้วยการเต้น cover เพลง gee...= ="

33.ที่พูดคุยนอกเหนือจากโรงอาหารคือ โฟลเดอร์สาธารณะในคอม รร. กับโต๊ะนักเรียน

34.ในคอม รร.มีไอเท็มทุกอย่างที่สาวๆ อยากได้ ตั้งแต่คลิปดารานักร้อง ซีรี่ย์ และโดจินวาย

35.บางทีอาจารย์เปิดมาตรวจงานเด็กเจอแบบนี้ก็ช็อกเหมือนกัน

36.อาจารยผู้หญิงจะตกใจแบบไม่อยากเชื่อ แต่อาจารย์ผู้ชายจะตกใจแบบสยอง

37.ยิ่งถ้าเป็นคลิปผู้ชายจูบกัน อาจารย์ผู้ชายจะยิ่งสยองอย่างถึงที่สุด

38.เวลาจบการศึกษาจะมีรุ่นน้องมาเลี้ยงอำลารุ่นพี่เสมอ

39.บางทีเราก็เห็นเรื่องซึ้งๆ อย่างเช่น เฟรนด์ชิพแฮนด์เมด ร่วมกันบูมรุ่นพี่ รวมถึงฉากสารภาพรักด้วย

40.และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้รู้จาก รร.หญิงล้วนคือ ไม่มีความลับและสัจจะในหมู่ผู้หญิง

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ดวงตา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอวัยวะอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ในชีวิตของคนมีตาปกติต้องใช้งานดวงตาทุกวี่วันไม่มีหยุด นอกเสียจากตอนนอนหลับ หรือหลับตาเพื่อพักสายตาเพียงชั่วครู่

เมื่อดวงตาเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญถึงเพียงนี้ หากใช้แล้วไม่รู้จักพัก ดูแลไม่ดี มุมสุขภาพต้องขอเตือนให้ระวัง โรคกระจกตาเสื่อมที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี เป็นโรคตาแห้ง และมีโรคประจำตัวที่ทำให้ต่อมน้ำตาแห้ง

อาการเตือนก็จะมีตั้งแต่แสบตา คันตา รู้สึกเจ็บตา เป็นตาแดงบ่อยๆ เห็นรอยเส้นเลือดฝอยสีแดงขึ้นในตาขาว ตาพร่ามัว เหล่านี้เป็นอาการของปัญหาตาแห้ง

ส่วนผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง เช่น ใช้งานเกินอายุคอนแทคเลนส์ ใส่ค้างไว้นานเกิน 8-10 ชั่วโมง หรือใส่นอน ไม่ค่อยล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์และกล่องเก็บ พฤติกรรมดังกล่าวมักจะนำอาการเจ็บตา มีเยื่อเมือกสีขาวปกคลุมทั้งตาขาวและตาดำ

สาเหตุที่การใช้คอนแทคเลนส์อย่างผิดๆ ทำให้กระจกตาเปื่อยได้ ก็เพราะ การใส่คอนแทคเลนส์ที่สกปรกอาจนำฝุ่นผงเข้าไปทำลายกระจกตาให้เป็นแผลถลอก และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อบักเตรี ชื่อ สูโดโมแนส แอโรจิโนซา เป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในที่เปียกชื้น ดังนั้นการนำคอนแทคเลนส์ที่มีเชื้อดังกล่าวมาใส่ จึงเป็นโอกาสให้เพาะพันธุ์เต็มดวงตาและทำลายกระจกเมื่อมีแผลเปิด

ส่วนสาเหตุอาการตาแห้งแล้วกระจกตาเปื่อยได้ เนื่องจากดวงตาที่มีสภาพแห้งจะทำให้กระจกตาไม่แข็งแรง เกิดการแยก หรือการถลอก จนทำให้เกิดแผล และเป็นทางเข้าของเชื้อโรค ในที่สุดกระตกก็จะเปื่อย

โรคกระจกตาเปื่อย หากเป็นในระดับรุนแรงจะมีหนองที่ดวงตา ยิ่งถ้าหนองขึ้นเต็มดวงตา จักษุแพทย์อาจต้องผ่าตัดควักดวงตาออกเพื่อป้องกันมิให้เชื้อแบคทีเรียชนิดดังกล่าวลุกลามไปยังสมองหรืออวัยวะอื่นๆ ทว่าอาการที่ไม่รุนแรงก็ยังพอรักษาด้วยยาได้

ไม่อยากเป็นโรคกระจกตาเปื่อย ต้องไม่ขาดวิตามินเอ ที่มีสรรพคุณบำรุงสายตา มีมากในผักและผลไม้สีเขียว ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือทำงานในที่มีแสงสว่างน้อย ต้องหมั่นพักสายตาทุกๆ 1 ชั่วโมง กรณีที่สงสัยว่า ตนเองมีอาการตาแห้งเกิดขึ้นบ่อยๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อวัดปริมาณน้ำตา ถือเป็นการป้องกันโรคกระจกตาเสื่อมได้.

รู้จักกับความเป็นมาของ ทรงผมนักเรียน

บทความว่าด้วยเรื่องกฎทรงผม ของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับ 2 พฤศจิกายน 2550 มีคำตอบสรุปความได้ว่า ประเทศไทยรับทรงผมทรงนักเรียนทั้งเครื่องแบบต่างๆ จากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงสงครามนั้นเกิดเหาระบาดมาก ประชาชนจึงนิยมตัดผมสั้นเกรียน

และต่อไปนี้คือเหตุผลสำคัญๆ ที่ไม่ควรมีกฎทรงผมนักเรียน
1.ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะการเลือกทรงผมไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน

2.ไร้ซึ่งความจำเป็น เดิมกฎทรงผมเป็นกฎของทหารเพื่อใช้ปลูกฝังการเชื่อฟังคำสั่ง ปลูกฝังอำนาจนิยม และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา แต่การปลูกฝังอำนาจนิยมทำให้เด็กมีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง และนักเรียนนักศึกษาไม่ต้องรีบร้อนในชีวิตประจำวัน สามารถดูแลทรงผมได้

3.การใช้กฎทรงผมบังคับเป็นการสร้างภาพลักษณ์เสมือนมีวินัย เนื่องจากระเบียบวินัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำ แต่หากเป็นการกระทำออกมาด้วยจิตสำนึก

4.ทำให้เยาวชนคิดไม่เป็นว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดหรือถูก ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ

5.ส่งเสริมให้เยาวชนไม่รักษาสิทธิ เนื่องจากการเลือกทรงผมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของบุคคลนั้นๆ แต่สถานศึกษากลับเพิกเฉยและตั้งกฎระเบียบอันเข้มงวด ทำให้นักเรียนไม่สามารถรักษาสิทธิของตัวเองได้ นับวันก็จะมีแต่คนหมดหวัง หมดอาลัย ทั้งที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆ

6.ปลูกฝังให้เยาวชนละทิ้งเหตุผล เยาวชนหลายคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่า "มันเป็นกฎ" หรือ "เธอไม่พอใจที่จะทำตามกฎ ก็ไม่ต้องเรียน" ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษาและกำลังให้การศึกษาต่ออนุชนรุ่นหลัง เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่ยึดมั่นในเหตุผลและรอคอยคำตอบก็จะถูกมองเป็นพวกก้าวร้าว แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับกฎโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เดินไปโดยปราศจากเป้าหมาย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของผู้ใหญ่

7.เป็นการส่งเสริมให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ จากการที่เยาวชนซึมซับการใช้อำนาจของครูของเขาที่ใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลให้เขาตัดทรงผมสั้นโดยไม่มีเหตุผล เขาจะทำตามโดยใช้อำนาจอย่างผิดๆ ทำร้ายคนอื่น

8.ทำให้เกิดการเหยียดหยามดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บางคนอาจได้ยินผู้ใหญ่ด่าว่าไว้ผมยาวเหมือนฮิปปี้จะไปเป็นนักเลงหรือ นั่นคือการเหยียดหยาม ความเป็นคนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม จะเป็นคนดี จะสั้นยาวก็ไม่มีปัญหา

9.ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นสิ่งจอมปลอม และมองข้ามชื่อเสียงที่แท้จริงไป คือคุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ

10.ปลูกฝังให้เยาวชนไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น หรือขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย จากที่เห็นได้ว่าเยาวชนต้องการหลุดจากแอกของกฎทรงผม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผู้ใหญ่ไม่รับฟังความคิดเห็น เยาวชนจะถูกหล่อหลอมให้เชื่อมั่นความคิดตัวเองมากเกินไปจนไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น ซึ่งเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออีกทางหนึ่งสูญเสียความมั่นใจ ทำอะไรก็ผิด เหตุผลดีแค่ไหนก็เท่านั้น เป็นอันตรายกับระบอบการปกครองเช่นกัน

ด้านกระทรวงศึกษาธิการแถลงข้อดีของกฎทรงผมนักเรียน สรุปได้ว่า สะอาด เรียบร้อย ป้องกันเหาได้ เสียค่าใช้จ่ายน้อยในการตัดผม ทรงสุภาพเหมาะสมกับวัย

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แพลงกิ้ง ยิ่งเล่น ยิ่งหน้าแก่

แพลงกิ้ง ยิ่งเล่น ยิ่งหน้าแก่

การนอนคว่ำหน้าถ่ายรูปที่มีมาพักหนึ่ง มีศัพท์เรียก แพลงกิ้ง (Planking)” อันแปลว่า ทำท่านอนแข็งทื่อแบบไม้กระดานนี้ จะมีแรงโน้มถ่วงที่ผ่านมาจากผืนโลก ดึงหน้าให้คอลลาเจนยืดยาวออก ผลลัพธ์ที่ได้ถ้าทำบ่อยคือ หน้าย่นแล้วบางคนกลับไปก็ยังนอนหลับในท่า ตะแคงหน้าต่ออีก ยิ่งจะทำให้เกิดรอยยับจับหน้าเป็นราคี เอ๊ย...ราศรีเพิ่มอีก อย่าฉีกแนวด้วยการนอนถ่ายรูปผิดท่าเลยไม่คุ้มกับหน้ายับ อัพคืนยาก...อยากบอกให้รู้


แรงโน้มถ่วงโลกเป็นผู้ร้ายสำคัญที่หลบอยู่ในมุมมืด เพราะเป็นของมองไม่เห็นต่างจากแสงแดดและบุหรี่ที่เป็นตัวการผิวแก่แบบมอง เห็น แต่ถ้าเป็น อีแอบแบบแรงดึงดูดโลกนี่เห็นทีจะเลี่ยงยาก นอกจากอยากไปใช้ชีวิตแบบโลกุตระหรือเหนือโลกแบบไร้แรงโน้มถ่วงเท่านั้น

สำหรับท่านที่นิยมการนอนโพสต์ท่าแบบแพลงกิ้งบ่อยๆ รวมไปถึงท่านที่ชอบตอนตะแคงเอียงทับหน้าข้างหนึ่งไว้เป็นอาจิน ขอให้ระลึกไว้ว่าอาจมีความเสี่ยงจาก ตีนกานอน (Sleep lines)” ดังต่อไปนี้ได้



'ตีนกาข้างจมูก' เป็นตีนการะดับคลาสสิกรุ่นแรกของการนอนผิด ปิดอย่างไรก็ไม่มิดเพราะเป็นตีนการะดับลึกสุดใจ (Coarse wrinkle) ต้องใช้เทคนิคการนอนหงาย ตอนหลับจะได้ไม่กดหน้าจนยับไปเป็นข้าง

'ตีนกาหน้า(ผาก)ย่น' คนที่มีรอยขวางกลางหน้าผากมากรอยมักไปสอยมาได้จากการ แสดงสีหน้า (Facial expression)” จะดราม่ามากน้อยก็จะพลอยแสดงออกให้เห็นกลางหน้าผาก ยิ่งถ้าหากนอนแพลงกิ้งกลางแจ้งก็ยิ่งมีสิทธิ์หน้าแก่ด้วยตีนกาหน้าผากมาก

'ตีนกาคอ' ขออนุญาตเรียกว่า เหนียง แม้จะเลี่ยงไม่เกิดใน อายุน้อย แต่ใครจะรู้ได้ว่า ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วจะ จัดหนักเลยหรือเปล่า เพราะการใช้ชีวิตแนวราบทำให้สภาพคอลลาเจนที่คออ่อนแอลง ไม่เหมือนคนที่ตั้งตัวตรงเกร็งคอหรือต้องยืดเขย่งคอบ่อยๆ จะค่อยทำให้กล้ามคอแข็ง ไม่แกล้งสร้างเหนียงยานออกมา

8 เหตุผลที่ทำให้คุณรักโรงเรียน



1. เพราะโรงเรียน ทำให้เย็นวันศุกร์มี ความหมาย
ไม่มีวันไหนที่ จะทำให้เรา รอคอยได้มากเท่า เย็นวันศุกร์ อีกแล้ว
เป็นวันที่ พิเศษที่สุด ของ วันที่เราต้อง ไปโรงเรียนเลย ก็ได้ ทุกคนจะ
พร้อมใจ เทคะแนน ให้เป็น ขวัญใจดีเดย์ ในรอบสัปดาห์
อยากให้เย็นวันศุกร์ มาถึงเร็ว ๆ ใครไม่เคยรอบ้างล่ะ อยากรู้นัก
จะได้หยุด เสาร์ - อาทิตย์ กันอีกรอบนึงไง แหม ! พูดแล้ว
ก็คิดถึงจังเลยเจ้าวันศุกร์เนี่ย


2. เพราะที่โรงเรียน มีวันปิดเทอม
โอ้... วัน ปิดเทอม จะมีที่ไหนมี ถ้าไม่ใช่ที่ โรงเรียน มีเรียน
ก็ต้องมีหยุดพัก กันบ้าง ไม่งั้นสมอง แตกกระจุย กันพอดี เป็นที่เดียว
ในโลก แน่ ๆ เลยที่วิเศษ ขนาดนี้ อยากให้ เปิดปุ๊ป ปิดปั๊ป บ่อย ๆ
จะได้รักมาก ขึ้นอีก 10 เท่า พอโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ เราก็คงไม่ได้ มีวัน
ปิดเทอม กัน อีกแล้ว แล้วจะไม่ให้ เรารัก โรงเรียน ได้ยังไงกันล่ะ


3.
เพราะโค้กที่โรงเรียนราคาถูกกว่าที่ 7-eleven
จะกินโค้กแก้วละ 5 บาทได้กี่ที่กันหล่ะในโลกนี้ เผลอ ๆ
กินหมดแก้วยังไปแอบเติมได้อีก แหม ! ใคร ๆ เขาก็ทำกัน
อย่าบอกเชียวนะว่า ไม่เคย โกรธกันตายเลย ก็มันโกหกกันแหงม ๆ อยู่แล้ว
ถึงแก้วจะใหญ่กว่า ที่อื่น แต่มันก็ไม่พอกับความต้องการของเรานี่นา ...
เราต้องการโค้ก...ส่งโค้กมาซะดี ๆ


4.
เพราะหน้าโรงเรียนมีทางม้าลาย
เจ้าทางม้าลาย แบนแต๊ดแต๋ ที่หน้าโรงเรียน เราชื่อ บู้บี้ เจอกันทุกวัน
มันจะพาเรา ไปอีกฝั่ง ของถนน โดยการขี่ ของคุณลุงจราจร พุงกลม
มันกระซิบ พวกเราว่า คุณลุงตัวหนัก ไปหน่อย แต่ก็เป็น คนที่ใจดีที่สุด
ในโลกเลย เฮ้อ ... ไม่รู้ว่ตอนนี้ สบายดีรึเปล่า หวังว่า คุณลุงจราจร
พุงกลม จะดูแลมัน เป็นอย่างดี เจ้าทางม้าลาย หน้าโรงเรียน ของเราเนี่ย
สบายสุด ๆ เลย ไม่ต้องเหนื่อย เดินขึ้นสะพานลอย กันให้เมื่อย
อยากให้ทุกที่ มีเจ้าม้าลาย อย่างที่โรงเรียนจัง


5. เพราะโรงเรียนทำให้วิ่งเร็ว
เวลาเจอคุณครู ฝ่ายปกครองเนี่ย ต้องวิ่งกันเร็วจี๋ ทุกคนเลย
ไม่งั้นไม่รอด แต่คุณครู ก็วิ่งเร็วขึ้น ทุกวันนะ แข่งกันใหญ่เลย
วิ่งกันทั้งโรงเรียน สนุกดี วิ่งหนีคุณครู กันจนเป็น แชมป์ไป
หลายคนแล้ว อย่าบอกนะ ว่าไม่เคย มาแข่งกันดูไหมหล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าโม้
แต่เอ๊ะ... สงสัยจังเลยว่า ตอนนี้คุณครู วิ่งเร็วกว่าเรา
แล้วหรือยัง...ไม่ได้วิ่งเสียนาน


6. เพราะโรงเรียนมีหลังห้อง
ความลับหลังห้อง มีอาจารย์เท่านั้นแหละ ที่ แกล้ง ไม่รู้
เล่นหลับทับกัน เป็นกองขนาดนั้น ไม่รู้ยังไง ไหว แต่ยังไงก็ต้องนอน
ทุกวันนะ ไม่งั้นหลังห้อง จะน้อยใจ คิดอย่างนี้ เหมือนกัน ใช่ไหมหล่ะ


7. เพราะโรงเรียนมีห้องพยาบาล
ห้องพยาบาล ไม่เหมือนโรงพยาบาลนะ เราไม่ชอบไป โรงพยาบาล แต่ชอบไป
ห้องพยาบาล ก็ไม่ต้อง ฉีดยานี่นา และอีกอย่าง ไม่ว่าจะปวดหัว ตัวร้อน
ยังไงการรักษา มีอยู่อย่างเดียว คือ ต้องนอนพัก กันไว้ก่อน แล้วจะค่อยๆ
ดีขึ้นเอง พอใกล้เวลากลับบ้าน เคยเป็นกัน บ้างไหมล่ะ เจ้าโรคนี้น่ะ
เพื่อน ๆ เราเป็นกันทุกคน รักษาไม่เคยหาย เป็นโรคติดต่ออีกต่างหาก
เฮ้อ... โรคร้ายประจำ ห้องพยาบาล


8. เพราะโรงเรียน ทำให้เราโต ขึ้นอย่าง คนที่มีคุณภาพ
เราจะเบื่อ ได้ทุกข้อกับกฎ ระเบียบ ต่าง ๆ ของ โรงเรียน เบื่อได้ทุก
วิชาตลอด การเรียนมาจน จบแหล่มิจบแหล่ แต่แล้ว ในวันหนึ่งที่เราจากมา
เราได้เรียนรู้วว่า สิ่งที่น่าเบื่อ เหล่านั้น ทำให้เราคิดถึง
อยู่เสมอว่า เรามีวันนี้อยู่ได้ อย่างไร


วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

เลขนำโชคประจำราศี

เลขมงคลนำโชคประจำราศีเกิด



ราศีเมษ (21 มี.ค. – 20 เม.ย.) เลขนำโชค คือ 1, 4, 9 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีพฤษภ (21 เม.ย. – 21 พ.ค.) เลขนำโชค คือ 4, 5, 6, 7, 1 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีเมถุน (22พ.ค. – 21มิ.ย.) เลขนำโชค คือ 5, 9, 4, 3, 6 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีกรกฎ(22มิ.ย. - 23ก.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 7, 8, 0 เลขตัดโชค คือ 1


ราศีสิงค์(24ก.ค. – 23ส.ค.) เลขนำโชค คือ 8 , 9, 3, 1 เลขตัดโชค คือ 6


ราศีกันย์ (24ส.ค. – 23ก.ย.) เลขนำโชค คือ 4 , 5, 0, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีตุล(24ก.ย. – 23ต.ค.) เลขนำโชค คือ 3, 6, 7 ลขตัดโชค คือ 8


ราศีพิจิก(24ต.ค. – 22พ.ย.) เลขนำโชค คือ 3 , 4, 5, 1 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีธนู(23พ.ย. – 21ธ.ค.) เลขนำโชค คือ 5 , 9, 1, 2 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีมังกร(22ธ.ค. – 20 ม.ค.) เลขนำโชค คือ 1, 2, 8 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีกุมภ์(21ม.ค. – 19ก.พ.) เลขนำโชค คือ 1, 7, 5, 4 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีมีน(20ก.พ. – 20มี.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ลางบอกเหตุ : ตาเขม่น


เรื่องตาเขม่นตามความเป็นจริงแล้ว เขม่นได้หลายส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก แขน ขา หรือแม้กระทั่งตา ดังนั้นการเขม่นตาจะแบ่งออก เป็น 3 ช่วง มีอะไรบ้างมาดูกัน

หากเขม่นตาในช่วงเช้า - บ่าย คนโบราณกล่าวไว้ว่า

- หากเป็นข้างขวา จะมีโชค ลาภ ได้รับข่าวดี เรียกว่า จะสมหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คอย

- หากเขม่นที่ตาซ้าย ท่านว่าจะมีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวังเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน เช่น มีการทะเลาะกัน เกิดขึ้น หรือจะต้องสูญเสียของรักบางอย่างไป

- ถ้าเขม่นตาไม่ว่าจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาในช่วงเวลาเย็น ถือว่ามีโชคมีลาภ จะได้พบญาติสนิทมิตรรักเดินทางมาหา

ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน

- การเขม่นตาขวา จะได้ดี จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิดขึ้น

- ถ้าหากเขม่นตาซ้าย จะมีโชคลาภจากเพื่อน จะสมหวังสิ่งที่รอคอย เรียกว่า ขวาร้าย-ซ้ายดี

การเขม่นตานี้เชื่อกันว่า เป็นลางบอกเหตุที่แม่นยำมาก ท่านให้ถือเวลาที่จะเกิดเหตุไม่ดีและร้ายภายใน 3 วันอย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน









"40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน"

1. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนจะมีแต่กุลสตรีผู้เรียบร้อย

2. ความจริงคือ รร.ชายล้วนยังเรียบร้อยกว่า

3. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนก็ต้องมีแต่ผู้หญิง

4. หารู้ไม่ว่าที่จริง 30% เป็นทอม 20%เป็นดี้ และ50% ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นทอมหรือดี้หรือเป็นผู้หญิงธรรมดาดี

5. สิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมาก คือ มีดาราหนุ่มเข้ามาใน รร.

6. และสิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมากกว่า คือ มีสาวหล่อเข้ามาใน รร.

7.โรงอาหารไม่ใช่ที่กินข้าว แต่เป็นที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์ของสาวๆ

8.แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่สาวๆ ที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์คือสนามบาส

9.และสนามบาสไม่ได้มีไว้เล่นบาสเท่านั้น มันยังมีไว้กินข้าว นอนพักผ่อน ลอกการบ้าน ทำโครงงาน และแก้บน

10.ห้องสมุดเป็นที่สำหรับคน 2 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.คนที่มาหาที่นอน

11.ห้องพักครูเป็นที่สำหรับคน 3 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.เด็กผิดระเบียบ 3.โดนเรียกมาใช้งาน

12.หนังสือที่ขายดีที่สุดในโรงเรียนหญิงล้วนมี 2 ประเภทคือ 1.แจ่มใส 2.พูนิก้า

13.อาหารที่มียอดขายสูงสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ อาหารอีสาน

14.อาหารที่มียอดขายต่ำสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ สเต็ก

15.แต่เวลาไปเที่ยวห้าง สาวๆกลับชอบกินสเต็ก (ซะงั้น!?)

16.เขียนชื่อบอกรักคนนู้นคนนี้บนโต๊ะไม่ใช่เรื่องแปลก

17.และอย่าแปลกใจถ้ามีชื่อเพื่อนเราถูกบอกรักอยู่บนโต๊ะ

18.อย่าอิจฉามัน แต่จงเอามาล้อให้มันอายมุดดินหนี

19.ใครคบกับรุ่นพี่น่าอิจฉา ใครคบกับรุ่นน้องน่าอิจฉากว่า แต่ใครคบกับผู้ชาย-ทรยศ

20.ความฮ็อตของแต่ละคนไม่ได้วัดด้วยจำนวนช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์

21.แต่วัดด้วยราคาของช็อกโกแลตมากกว่า

22.เวลาเรียน คนมักจะไม่ค่อยครบ ยิ่งเวลาที่มีดารานักร้องมา รร. คนยิ่งหาย

23.ที่เหลืออยู่ในห้องจะมี เด็กเนิร์ด หัวหน้าหรือตัวแทนห้องเพื่อรับมืออาจารย์

24.เวลาเรียกส่งงานมักจะมีเสียงดังขึ้นมาว่า "อย่าพึ่งเก็บน้า เราพึ่งลอกได้หน้าเดียวเอง"

25.ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ดีก็จะตอบว่า "เคๆ งั้นคาบ 4 ค่อยส่งน้า"

26.แต่ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ไม่ดีก็จะตอบว่า "แกจะให้เราแบกไปเองช้ะ! เออ!

ไม่ต้องรีบส่งหรอก เราแค่ต้องแบกไปอีกสามคาบเอง!"

27.ทุกคนจะมีตารางสอนของทุกห้อง เผื่อเวลาลืมเอาหนังสือมาจะได้แว้บไปยืมได้

28. ทุกคนจะมีเพื่อนอยู่ทุกห้อง เผื่อเวลาสอบท้ายหน่วยจะได้ไปขอคำปรึกษาได้ = =+

29.เวลาสอบเสร็จ จะมีคน 2 พวกคือ 1.วิ่งแก้บน 2.ไปฉลองสเวนเซ่นแล้วค่อยมาแก้บนวันหลัง

30.แล้วก็ไม่รู้ทำไม สอบเสร็จต้องไปฉลองที่สเวนเซ่น

31.แล้วก็ไม่รู้ทำไม จะต้องบนเป็นการวิ่ง ไม่บนของกินนั่นนี่เหมือนที่อื่นเขา

32.แต่บางทีเราก็เห็นการแก้บนด้วยการเต้น cover เพลง gee...= ="

33.ที่พูดคุยนอกเหนือจากโรงอาหารคือ โฟลเดอร์สาธารณะในคอม รร. กับโต๊ะนักเรียน

34.ในคอม รร.มีไอเท็มทุกอย่างที่สาวๆ อยากได้ ตั้งแต่คลิปดารานักร้อง ซีรี่ย์ และโดจินวาย

35.บางทีอาจารย์เปิดมาตรวจงานเด็กเจอแบบนี้ก็ช็อกเหมือนกัน

36.อาจารยผู้หญิงจะตกใจแบบไม่อยากเชื่อ แต่อาจารย์ผู้ชายจะตกใจแบบสยอง

37.ยิ่งถ้าเป็นคลิปผู้ชายจูบกัน อาจารย์ผู้ชายจะยิ่งสยองอย่างถึงที่สุด

38.เวลาจบการศึกษาจะมีรุ่นน้องมาเลี้ยงอำลารุ่นพี่เสมอ

39.บางทีเราก็เห็นเรื่องซึ้งๆ อย่างเช่น เฟรนด์ชิพแฮนด์เมด ร่วมกันบูมรุ่นพี่ รวมถึงฉากสารภาพรักด้วย

40.และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้รู้จาก รร.หญิงล้วนคือ ไม่มีความลับและสัจจะในหมู่ผู้หญิง

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ดวงตา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอวัยวะอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ในชีวิตของคนมีตาปกติต้องใช้งานดวงตาทุกวี่วันไม่มีหยุด นอกเสียจากตอนนอนหลับ หรือหลับตาเพื่อพักสายตาเพียงชั่วครู่

เมื่อดวงตาเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญถึงเพียงนี้ หากใช้แล้วไม่รู้จักพัก ดูแลไม่ดี มุมสุขภาพต้องขอเตือนให้ระวัง โรคกระจกตาเสื่อมที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี เป็นโรคตาแห้ง และมีโรคประจำตัวที่ทำให้ต่อมน้ำตาแห้ง

อาการเตือนก็จะมีตั้งแต่แสบตา คันตา รู้สึกเจ็บตา เป็นตาแดงบ่อยๆ เห็นรอยเส้นเลือดฝอยสีแดงขึ้นในตาขาว ตาพร่ามัว เหล่านี้เป็นอาการของปัญหาตาแห้ง

ส่วนผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง เช่น ใช้งานเกินอายุคอนแทคเลนส์ ใส่ค้างไว้นานเกิน 8-10 ชั่วโมง หรือใส่นอน ไม่ค่อยล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์และกล่องเก็บ พฤติกรรมดังกล่าวมักจะนำอาการเจ็บตา มีเยื่อเมือกสีขาวปกคลุมทั้งตาขาวและตาดำ

สาเหตุที่การใช้คอนแทคเลนส์อย่างผิดๆ ทำให้กระจกตาเปื่อยได้ ก็เพราะ การใส่คอนแทคเลนส์ที่สกปรกอาจนำฝุ่นผงเข้าไปทำลายกระจกตาให้เป็นแผลถลอก และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อบักเตรี ชื่อ สูโดโมแนส แอโรจิโนซา เป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในที่เปียกชื้น ดังนั้นการนำคอนแทคเลนส์ที่มีเชื้อดังกล่าวมาใส่ จึงเป็นโอกาสให้เพาะพันธุ์เต็มดวงตาและทำลายกระจกเมื่อมีแผลเปิด

ส่วนสาเหตุอาการตาแห้งแล้วกระจกตาเปื่อยได้ เนื่องจากดวงตาที่มีสภาพแห้งจะทำให้กระจกตาไม่แข็งแรง เกิดการแยก หรือการถลอก จนทำให้เกิดแผล และเป็นทางเข้าของเชื้อโรค ในที่สุดกระตกก็จะเปื่อย

โรคกระจกตาเปื่อย หากเป็นในระดับรุนแรงจะมีหนองที่ดวงตา ยิ่งถ้าหนองขึ้นเต็มดวงตา จักษุแพทย์อาจต้องผ่าตัดควักดวงตาออกเพื่อป้องกันมิให้เชื้อแบคทีเรียชนิดดังกล่าวลุกลามไปยังสมองหรืออวัยวะอื่นๆ ทว่าอาการที่ไม่รุนแรงก็ยังพอรักษาด้วยยาได้

ไม่อยากเป็นโรคกระจกตาเปื่อย ต้องไม่ขาดวิตามินเอ ที่มีสรรพคุณบำรุงสายตา มีมากในผักและผลไม้สีเขียว ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือทำงานในที่มีแสงสว่างน้อย ต้องหมั่นพักสายตาทุกๆ 1 ชั่วโมง กรณีที่สงสัยว่า ตนเองมีอาการตาแห้งเกิดขึ้นบ่อยๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อวัดปริมาณน้ำตา ถือเป็นการป้องกันโรคกระจกตาเสื่อมได้.

รู้จักกับความเป็นมาของ ทรงผมนักเรียน

บทความว่าด้วยเรื่องกฎทรงผม ของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับ 2 พฤศจิกายน 2550 มีคำตอบสรุปความได้ว่า ประเทศไทยรับทรงผมทรงนักเรียนทั้งเครื่องแบบต่างๆ จากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงสงครามนั้นเกิดเหาระบาดมาก ประชาชนจึงนิยมตัดผมสั้นเกรียน

และต่อไปนี้คือเหตุผลสำคัญๆ ที่ไม่ควรมีกฎทรงผมนักเรียน
1.ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะการเลือกทรงผมไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน

2.ไร้ซึ่งความจำเป็น เดิมกฎทรงผมเป็นกฎของทหารเพื่อใช้ปลูกฝังการเชื่อฟังคำสั่ง ปลูกฝังอำนาจนิยม และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา แต่การปลูกฝังอำนาจนิยมทำให้เด็กมีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง และนักเรียนนักศึกษาไม่ต้องรีบร้อนในชีวิตประจำวัน สามารถดูแลทรงผมได้

3.การใช้กฎทรงผมบังคับเป็นการสร้างภาพลักษณ์เสมือนมีวินัย เนื่องจากระเบียบวินัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำ แต่หากเป็นการกระทำออกมาด้วยจิตสำนึก

4.ทำให้เยาวชนคิดไม่เป็นว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดหรือถูก ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ

5.ส่งเสริมให้เยาวชนไม่รักษาสิทธิ เนื่องจากการเลือกทรงผมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของบุคคลนั้นๆ แต่สถานศึกษากลับเพิกเฉยและตั้งกฎระเบียบอันเข้มงวด ทำให้นักเรียนไม่สามารถรักษาสิทธิของตัวเองได้ นับวันก็จะมีแต่คนหมดหวัง หมดอาลัย ทั้งที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆ

6.ปลูกฝังให้เยาวชนละทิ้งเหตุผล เยาวชนหลายคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่า "มันเป็นกฎ" หรือ "เธอไม่พอใจที่จะทำตามกฎ ก็ไม่ต้องเรียน" ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษาและกำลังให้การศึกษาต่ออนุชนรุ่นหลัง เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่ยึดมั่นในเหตุผลและรอคอยคำตอบก็จะถูกมองเป็นพวกก้าวร้าว แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับกฎโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เดินไปโดยปราศจากเป้าหมาย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของผู้ใหญ่

7.เป็นการส่งเสริมให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ จากการที่เยาวชนซึมซับการใช้อำนาจของครูของเขาที่ใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลให้เขาตัดทรงผมสั้นโดยไม่มีเหตุผล เขาจะทำตามโดยใช้อำนาจอย่างผิดๆ ทำร้ายคนอื่น

8.ทำให้เกิดการเหยียดหยามดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บางคนอาจได้ยินผู้ใหญ่ด่าว่าไว้ผมยาวเหมือนฮิปปี้จะไปเป็นนักเลงหรือ นั่นคือการเหยียดหยาม ความเป็นคนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม จะเป็นคนดี จะสั้นยาวก็ไม่มีปัญหา

9.ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นสิ่งจอมปลอม และมองข้ามชื่อเสียงที่แท้จริงไป คือคุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ

10.ปลูกฝังให้เยาวชนไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น หรือขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย จากที่เห็นได้ว่าเยาวชนต้องการหลุดจากแอกของกฎทรงผม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผู้ใหญ่ไม่รับฟังความคิดเห็น เยาวชนจะถูกหล่อหลอมให้เชื่อมั่นความคิดตัวเองมากเกินไปจนไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น ซึ่งเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออีกทางหนึ่งสูญเสียความมั่นใจ ทำอะไรก็ผิด เหตุผลดีแค่ไหนก็เท่านั้น เป็นอันตรายกับระบอบการปกครองเช่นกัน

ด้านกระทรวงศึกษาธิการแถลงข้อดีของกฎทรงผมนักเรียน สรุปได้ว่า สะอาด เรียบร้อย ป้องกันเหาได้ เสียค่าใช้จ่ายน้อยในการตัดผม ทรงสุภาพเหมาะสมกับวัย

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แพลงกิ้ง ยิ่งเล่น ยิ่งหน้าแก่

แพลงกิ้ง ยิ่งเล่น ยิ่งหน้าแก่

การนอนคว่ำหน้าถ่ายรูปที่มีมาพักหนึ่ง มีศัพท์เรียก แพลงกิ้ง (Planking)” อันแปลว่า ทำท่านอนแข็งทื่อแบบไม้กระดานนี้ จะมีแรงโน้มถ่วงที่ผ่านมาจากผืนโลก ดึงหน้าให้คอลลาเจนยืดยาวออก ผลลัพธ์ที่ได้ถ้าทำบ่อยคือ หน้าย่นแล้วบางคนกลับไปก็ยังนอนหลับในท่า ตะแคงหน้าต่ออีก ยิ่งจะทำให้เกิดรอยยับจับหน้าเป็นราคี เอ๊ย...ราศรีเพิ่มอีก อย่าฉีกแนวด้วยการนอนถ่ายรูปผิดท่าเลยไม่คุ้มกับหน้ายับ อัพคืนยาก...อยากบอกให้รู้


แรงโน้มถ่วงโลกเป็นผู้ร้ายสำคัญที่หลบอยู่ในมุมมืด เพราะเป็นของมองไม่เห็นต่างจากแสงแดดและบุหรี่ที่เป็นตัวการผิวแก่แบบมอง เห็น แต่ถ้าเป็น อีแอบแบบแรงดึงดูดโลกนี่เห็นทีจะเลี่ยงยาก นอกจากอยากไปใช้ชีวิตแบบโลกุตระหรือเหนือโลกแบบไร้แรงโน้มถ่วงเท่านั้น

สำหรับท่านที่นิยมการนอนโพสต์ท่าแบบแพลงกิ้งบ่อยๆ รวมไปถึงท่านที่ชอบตอนตะแคงเอียงทับหน้าข้างหนึ่งไว้เป็นอาจิน ขอให้ระลึกไว้ว่าอาจมีความเสี่ยงจาก ตีนกานอน (Sleep lines)” ดังต่อไปนี้ได้



'ตีนกาข้างจมูก' เป็นตีนการะดับคลาสสิกรุ่นแรกของการนอนผิด ปิดอย่างไรก็ไม่มิดเพราะเป็นตีนการะดับลึกสุดใจ (Coarse wrinkle) ต้องใช้เทคนิคการนอนหงาย ตอนหลับจะได้ไม่กดหน้าจนยับไปเป็นข้าง

'ตีนกาหน้า(ผาก)ย่น' คนที่มีรอยขวางกลางหน้าผากมากรอยมักไปสอยมาได้จากการ แสดงสีหน้า (Facial expression)” จะดราม่ามากน้อยก็จะพลอยแสดงออกให้เห็นกลางหน้าผาก ยิ่งถ้าหากนอนแพลงกิ้งกลางแจ้งก็ยิ่งมีสิทธิ์หน้าแก่ด้วยตีนกาหน้าผากมาก

'ตีนกาคอ' ขออนุญาตเรียกว่า เหนียง แม้จะเลี่ยงไม่เกิดใน อายุน้อย แต่ใครจะรู้ได้ว่า ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วจะ จัดหนักเลยหรือเปล่า เพราะการใช้ชีวิตแนวราบทำให้สภาพคอลลาเจนที่คออ่อนแอลง ไม่เหมือนคนที่ตั้งตัวตรงเกร็งคอหรือต้องยืดเขย่งคอบ่อยๆ จะค่อยทำให้กล้ามคอแข็ง ไม่แกล้งสร้างเหนียงยานออกมา

8 เหตุผลที่ทำให้คุณรักโรงเรียน



1. เพราะโรงเรียน ทำให้เย็นวันศุกร์มี ความหมาย
ไม่มีวันไหนที่ จะทำให้เรา รอคอยได้มากเท่า เย็นวันศุกร์ อีกแล้ว
เป็นวันที่ พิเศษที่สุด ของ วันที่เราต้อง ไปโรงเรียนเลย ก็ได้ ทุกคนจะ
พร้อมใจ เทคะแนน ให้เป็น ขวัญใจดีเดย์ ในรอบสัปดาห์
อยากให้เย็นวันศุกร์ มาถึงเร็ว ๆ ใครไม่เคยรอบ้างล่ะ อยากรู้นัก
จะได้หยุด เสาร์ - อาทิตย์ กันอีกรอบนึงไง แหม ! พูดแล้ว
ก็คิดถึงจังเลยเจ้าวันศุกร์เนี่ย


2. เพราะที่โรงเรียน มีวันปิดเทอม
โอ้... วัน ปิดเทอม จะมีที่ไหนมี ถ้าไม่ใช่ที่ โรงเรียน มีเรียน
ก็ต้องมีหยุดพัก กันบ้าง ไม่งั้นสมอง แตกกระจุย กันพอดี เป็นที่เดียว
ในโลก แน่ ๆ เลยที่วิเศษ ขนาดนี้ อยากให้ เปิดปุ๊ป ปิดปั๊ป บ่อย ๆ
จะได้รักมาก ขึ้นอีก 10 เท่า พอโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ เราก็คงไม่ได้ มีวัน
ปิดเทอม กัน อีกแล้ว แล้วจะไม่ให้ เรารัก โรงเรียน ได้ยังไงกันล่ะ


3.
เพราะโค้กที่โรงเรียนราคาถูกกว่าที่ 7-eleven
จะกินโค้กแก้วละ 5 บาทได้กี่ที่กันหล่ะในโลกนี้ เผลอ ๆ
กินหมดแก้วยังไปแอบเติมได้อีก แหม ! ใคร ๆ เขาก็ทำกัน
อย่าบอกเชียวนะว่า ไม่เคย โกรธกันตายเลย ก็มันโกหกกันแหงม ๆ อยู่แล้ว
ถึงแก้วจะใหญ่กว่า ที่อื่น แต่มันก็ไม่พอกับความต้องการของเรานี่นา ...
เราต้องการโค้ก...ส่งโค้กมาซะดี ๆ


4.
เพราะหน้าโรงเรียนมีทางม้าลาย
เจ้าทางม้าลาย แบนแต๊ดแต๋ ที่หน้าโรงเรียน เราชื่อ บู้บี้ เจอกันทุกวัน
มันจะพาเรา ไปอีกฝั่ง ของถนน โดยการขี่ ของคุณลุงจราจร พุงกลม
มันกระซิบ พวกเราว่า คุณลุงตัวหนัก ไปหน่อย แต่ก็เป็น คนที่ใจดีที่สุด
ในโลกเลย เฮ้อ ... ไม่รู้ว่ตอนนี้ สบายดีรึเปล่า หวังว่า คุณลุงจราจร
พุงกลม จะดูแลมัน เป็นอย่างดี เจ้าทางม้าลาย หน้าโรงเรียน ของเราเนี่ย
สบายสุด ๆ เลย ไม่ต้องเหนื่อย เดินขึ้นสะพานลอย กันให้เมื่อย
อยากให้ทุกที่ มีเจ้าม้าลาย อย่างที่โรงเรียนจัง


5. เพราะโรงเรียนทำให้วิ่งเร็ว
เวลาเจอคุณครู ฝ่ายปกครองเนี่ย ต้องวิ่งกันเร็วจี๋ ทุกคนเลย
ไม่งั้นไม่รอด แต่คุณครู ก็วิ่งเร็วขึ้น ทุกวันนะ แข่งกันใหญ่เลย
วิ่งกันทั้งโรงเรียน สนุกดี วิ่งหนีคุณครู กันจนเป็น แชมป์ไป
หลายคนแล้ว อย่าบอกนะ ว่าไม่เคย มาแข่งกันดูไหมหล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าโม้
แต่เอ๊ะ... สงสัยจังเลยว่า ตอนนี้คุณครู วิ่งเร็วกว่าเรา
แล้วหรือยัง...ไม่ได้วิ่งเสียนาน


6. เพราะโรงเรียนมีหลังห้อง
ความลับหลังห้อง มีอาจารย์เท่านั้นแหละ ที่ แกล้ง ไม่รู้
เล่นหลับทับกัน เป็นกองขนาดนั้น ไม่รู้ยังไง ไหว แต่ยังไงก็ต้องนอน
ทุกวันนะ ไม่งั้นหลังห้อง จะน้อยใจ คิดอย่างนี้ เหมือนกัน ใช่ไหมหล่ะ


7. เพราะโรงเรียนมีห้องพยาบาล
ห้องพยาบาล ไม่เหมือนโรงพยาบาลนะ เราไม่ชอบไป โรงพยาบาล แต่ชอบไป
ห้องพยาบาล ก็ไม่ต้อง ฉีดยานี่นา และอีกอย่าง ไม่ว่าจะปวดหัว ตัวร้อน
ยังไงการรักษา มีอยู่อย่างเดียว คือ ต้องนอนพัก กันไว้ก่อน แล้วจะค่อยๆ
ดีขึ้นเอง พอใกล้เวลากลับบ้าน เคยเป็นกัน บ้างไหมล่ะ เจ้าโรคนี้น่ะ
เพื่อน ๆ เราเป็นกันทุกคน รักษาไม่เคยหาย เป็นโรคติดต่ออีกต่างหาก
เฮ้อ... โรคร้ายประจำ ห้องพยาบาล


8. เพราะโรงเรียน ทำให้เราโต ขึ้นอย่าง คนที่มีคุณภาพ
เราจะเบื่อ ได้ทุกข้อกับกฎ ระเบียบ ต่าง ๆ ของ โรงเรียน เบื่อได้ทุก
วิชาตลอด การเรียนมาจน จบแหล่มิจบแหล่ แต่แล้ว ในวันหนึ่งที่เราจากมา
เราได้เรียนรู้วว่า สิ่งที่น่าเบื่อ เหล่านั้น ทำให้เราคิดถึง
อยู่เสมอว่า เรามีวันนี้อยู่ได้ อย่างไร