วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สพฐ.วิจัยแท็บเล็ต 5รร."หนูทดลอง
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินนโยบายแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนเพื่อใช้เป็น เครื่องมือทางการศึกษา ตามนโยบาย One PC Tablets per child ของรัฐบาลว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร ไปคัดเลือกห้องเรียนประถมในโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร ระดับประถม อย่างน้อย 2 ห้อง เพื่อตั้งเป็นห้องเรียนตัวอย่างทำการวิจัยเปรียบเทียบให้เห็นข้อดี-ข้อเสีย ระหว่างห้องเรียนที่เรียนผ่านแท็บเล็ต และห้องที่ไม่ได้เรียนผ่านแท็บเล็ต ทั้งนี้ จะมีการจัดทำวิจัยนำร่องในโรงเรียนทั้งหมด 5 โรง ได้แก่ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร 1 โรง และโรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. อีก 4 โรง ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการคัดเลือกผ่านการกำหนดคุณสมบัติของโรงเรียนที่สอด คล้องกับการวิจัย อาทิ จะต้องมีห้องเรียนประถมเพื่อการวิจัยอย่างน้อย 2 ห้อง ทั้งช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) และช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) เป็นต้น
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า การวิจัยครั้งนี้จะเริ่มวิจัยในช่วงภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 และจะมีการสรุปผลหลังจบภาคเรียน อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ สพฐ.ไม่ทำการวิจัยในทุกช่วงชั้นนั้น เพราะผู้วิจัยกังวลว่าอาจจะเกินการควบคุม เพราะต้องส่งครูและทีมงานด้านคอมพิวเตอร์จากส่วนกลางลงไปมาก ดังนั้น จึงจำกัดแค่ 2 ช่วงชั้นเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนเครื่องแท็บเล็ตที่จะนำมาใช้ในการวิจัยนั้น จากการหารือร่วมกับกระทรวงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า จะใช้วิธีการรับบริจาคแท็บเล็ตในการวิจัยแทนการจัดซื้อ ซึ่งก็ได้กำหนดสเปกขั้นต่ำไว้แล้ว โดยดูจากวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก.
หมอเก่ง มศว ชนะการแข่งขัน เกมหมอยอดนักสืบ
นิสิตแพทย์ตะลันต์ เทพอารีย์ รัฐพร บำรุงผล และพิชามญฐ์ อินกอง นิสิตคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ชนะการแข่งขัน รายการ The symptom เกมหมอยอดนักสืบ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ช่อง 9 อสมท. ได้รับเงินรางวัล 100,000 ซึ่งนิสิตแพทย์ทั้ง 3 คน ได้ขอมอบเงินรางวัลดังกล่าวให้แก่ มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ มศว ต่อไป เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2554
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วิธีการเผ้าระวังอาการโรคข้อเข่าเสื่อม
ข้อเข่าเสื่อม อาการเสื่อมตามสภาพ หรือการสึกกร่อน ของกระดูกอ่อนผิวข้อที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเพศหญิง แต่ในปัจจุบันด้วยรูปแบบการใช้ชีวิต ที่หนักหน่วง เช่น การเล่นกีฬาผิดท่า การขึ้นลงบันได้บ่อยๆ หรือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดปัจจัย เสี่ยงเพิ่มขึ้น หากมีอาการ ปวดข้อเข่า ข้อเข่าขัด รู้สึกเมื่อยตึงที่น่อง มีเสียงลั่นที่ข้อเวลาเดินหรือเคลื่อนไหว เดินไม่สะดวก หากปล่อยไว้นานจนถึงระยะรุนแรง อาจถึงขั้นเดินไม่ได้
ด้วยพัฒนาการทางการแพทย์ และเทคโนโลยีแบบแผลเล็กเจ็บน้อย Minimally Invasive Surgery ช่วยให้การรักษาการผ่าตัดข้อเข่าเทียมง่ายยิ่งขึ้น ช่วยให้เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว ความเสียหายต่อเนื้อเยื้อภายในน้อยลง อาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น พร้อมด้วยมาตรฐานการรักษาโรคเฉพาะทางระดับสากล โรคข้อเข่าเสื่อม แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสหสาขาวิชา ที่ได้รับการรับรองจาก JCI สถาบันรับรองคุณภาพระดับสากลแห่งสหรัฐอเมริกา
Minimally Invasive Surgery
คือพัฒนาการทางการแพทย์ และเทคโนโลยีแบบแผลเล็กเจ็บน้อย ที่ช่วย ให้การรักษาการผ่าตัดข้อเข่าเทียมง่ายยิ่งขึ้น เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว อาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น พร้อมด้วย มาตรฐาน การรักษาโรคเฉพาะทางระดับสากล โรคข้อเข่าเสื่อมแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสหสาขาวิชา ที่ได้รับการรับรองจาก JCI สถาบันรับรองคุณภาพระดับสากลแห่งสหรัฐอเมริกา
คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่
1. เพศชาย หญิง อายุ 40 ปีขึ้นไป
2. มีน้ำหนักตัวมาก (ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25)
3. มีกิจวัตรการทำงาน ที่ต้องเดินอยู่ตลอดเวลา
4. มีอาการเข่ายืด ฝืด หรืองอ ลำบาก
5. มีเสียงดังก๊อบ แกร๊บ ที่เข่าขณะเคลื่อนไหว
6. มีอาการปวดที่ข้อเข่า หรือขาเวลาเดิน หรือลงบันได
7. มีอาการปวด เจ็บแปล๊บ ที่ข้อเข่าเวลาเดิน
8. มีอาการปวดข้อเข่าเวลานอน
9. มีปัญหาปวดข้อเข่าเวลาใส่ถุงเท้า รองเท้า หรือขณะลุกนั่ง
10. มีอาการปวดปวมอักเสบที่ข้อเข่า
11. ไม่สามารถเดินได้ปกติ ต้องเดินโยกตัว
12. ขาโก่งงอผิดรูป
สัญญาณเตือนภัย!
หากคุณมีอาการเหล่านนี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณอาจมีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยไว้นานจนถึงระยะรุนแรง อาจเป็นหนักขั้นเดินไม่ได้ เพื่อชะลอความเสื่อมให้ช้าลง และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ให้สามารถดำเนินคุณภาพชีวิตได้ตามปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ครั้งแรกในประเทศไทย
มาตรฐานการรักษาระดับสากล การดูแลรักษาโรคเฉพาะทางสำหรับผู้ป่วย โรคข้อเข่าเสื่อม (Disease or Condition Specific Care Certification Osteoarthritis of the Knee) ได้รับการรับรองจาก JCI สถาบันรับรองคุณภาพระดับสากลแห่งสหรัฐอเมริกา
นพ.บัญญัติ เกตุมาลาศิริ
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ
หลายพื้นที่ยังประสบภัยปัญหาน้ำท่วม บางที่อาจพบเจอปัญหา ทากดูดเลือด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้แนะนำวิธีการแก้ปัญหา เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ห้ามดึงออก เพราะเลือดจะหยุดยาก จี้ตัวทากด้วยธูปติดไฟหรือไม้ขีดติดไฟ โรยเกลือป่นบนตัวทาก หรือใช้น้ำส้มสายชู เหล้าหรือน้ำมันราดตัวทาก ทากจะหลุดออกมา ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ แล้วปิดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือแผ่นปิดแผลสำเร็จรูป
สาวผมมัน ต้องสระผมทุกวันหรือเปล่า..?
สาวๆ หลายคนคงจะประสบกับปัญหาเส้นผมมัน จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ ไปได้เหมือนกัน ซึ่งสาวๆ บางคนก็เลี่ยงโดยการเกล้าผมบ้าง รัดผมบ้าง เพื่อปกปิดสภาพเส้นผมที่มันเยิ้ม ลีบแบน จัดทรงยาก เหนียวเหนอะหนะ และอาจจะมีอาการของผมร่วงร่วมด้วยค่ะ จนบางทีก็อดหงุดหงิดใจใม่ได้ ในวันที่อยากจะปล่อยผมยาวสลวยในอารมณ์สบายๆ บ้าง แถมการมีสภาพเส้นผมมันนั้นทำให้เจ้าพวกสิ่งสกปรกจำพวกฝุ่นละอองต่างๆ มาเกาะที่หนังศีรษะได้มากกว่าคนอื่นๆ แต่จริงๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่บ้างค่ะ
เพราะสาวผมมันนั้นมักจะไม่ค่อยเจอกับปัญหาเส้นผมแตกปลายสักเท่าไหร่...เอาเป็นว่าเรามารู้จัก และหาวิธีดูแลเส้นผมมันกับวิธีตามแบบฉบับสบายอารมณ์ ให้เป็นสาวผมสลวยกันดีกว่าค่ะ
สาวๆ ทราบไหมคะว่า สภาพผมมันนั้นเกิดจากการที่ต่อมไขมันที่บริเวณหนังศีรษะ ซึ่งอยู่บริเวณรากผม ผลิตไขมันออกมามากเกินไป แต่จริงๆ แล้วไขมันนี้มีประโยชน์ต่อเส้นผมมากเลยนะคะ เพราะทำให้เส้นผมแข็งแรง ไม่แห้งแตกปลาย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมมันนั้นมักจะเกิดมาจากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งสาวๆ ก็ต้องสังเกตุตัวเองให้ดีๆ ค่ะว่ามีสาเหตุเกิดมาจากอะไร เช่น ฮอร์โมนไม่ปกติ พันธุกรรม รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ อยู่ในบริเวณร้อนชื้นอยู่เป็นประจำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม
ในภาวะที่มีอาการผมร่วงร่วมด้วนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วนั้นการที่มีสภาพเส้นผมมันตามธรรมชาติจะไม่สามารถทำให้เกิดผมร่วงมากสักเท่าไหร่ แต่การที่สีการสะสมไขมันบริเวณหนังศีรษะมากๆ นั้นจะสามารถไปอุกตันบริเวณรอบๆ รากผมทำให้การไหลเวียนของเลือด การนำพาสารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงรากผมได้ไม่ดี และอาจจะทำให้เชื้อโรคบริเวณหนังศีรษะมีมากขึ้น ทำให้การทำงานของรากขนผิดปกติไป เกิดอาการผมร่วง และผมขึ้นใหม่ได้น้อยลง ทำให้ผมบางลงเรื่อยๆ เกิดศีรษะล้านตามมาได้ในที่สุด
ผมมันอยู่ใช่ไหม มาฟังทางนี้ดีกว่า
1. สระผมทุกวัน ด้วยแชมพูที่มีค่า PH เป็นกรดอ่อนๆ (PH ประมาณ 5.5 - 6.5) จะช่วยลดหนังศีรษะมันได้ดี หรือใช้แชมพูสูตรสำหรับผู้ที่มีผมมันโดยเฉพาะ แชมพูสำหรับผมมันจะมีสารฟอกค่อนข้างแรง และในขณะสระผมควรทิ้งแชมพูไว้ประมาณ 5 นาที หลีกเลี่ยงการถูขยี้หนังศีรษะ แล้วจึงล้างออก ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนวดผม เนื่องจากมีไขมันที่ผลิตขึ้นมาบนหนังศีรษะแล้วแต่ถ้าหากมีผมแตกปลาย ควรใช้ครีมนวดผมที่ปลายเท่านั้น
2. ล้างผมด้วยน้ำเย็น สาวๆ ที่มีปัญหาเส้นผมมันมากๆ ควรจะใช้น้ำเย็น หรือน้ำธรรมดาสระผม เนื่องจากน้ำเย็นจะช่วยปิดเกร็ดผม และรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผมนุ่ม และช่วยปิดรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะอีกด้วย
3. หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผม เพราะการใช้น้ำมันใส่ผม ครีมแต่งผม หรือมอยเจอร์ไรเซอร์ต่างๆ โดยเฉพาะที่ทำจากกรีเซอรีนหรือซีรีโคน (glycerin and silicone) จะทำให้ผมมันมากขึ้นไปอีก
4. ลดผมมันด้วยสูตรธรรมชาติ โดยผสมน้ำส้มสายชู 1 ส่วนในน้ำ 4 ส่วน ใช้ล้างผมครั้งสุดท้าย หรืออาจใช้น้ำมะนาวผสมน้ำ แทนน้ำส้มสายชูในการล้างผม จะช่วยให้ลดความมันของเส้นผมได้ดี และปลอดภัยต่อหนังศีรษะอีกด้วย
5. ลดอาหารที่มีไขมันมากๆ กินอาหารพวกวิตามินบี เกลือแร่ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ นมถั่วเหลือง พืชตระกูลถั่ว ควรหาเวลาพักผ่อน ทำใจให้สบาย เนื่องจากความเครียดจะส่งผลต่อระบบการที่โลหิตหมุนเวียนไปเลี้ยงหนังศีรษะ
6. ไม่ควรหวีผมบ่อยเกินไป เนื่องจากการหวีผมบ่อยมากเกินไปจะกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมามาก ควรใช้มือในการสางผมก็พอ
7. ทางเลือกใหม่ ใช้แชมพูจากธรรมชาติดีที่สุด ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีสารประกอบจากธรรมชาติ เช่น ส้ม มะกรูด มะนาว มะม่วง อาจจะมีการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ (Antiseptic) ลงไปในแชมพู เพื่อลดการเจริญของแบคทีเรียที่มีอยู่บริเวณรากผม อาจจะมีส่วนผสมของ Zinc PCA (สังกะสี พีซีเอ) ซึ่งจะควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน และลดการผลิตน้ำมันลง
เพียงเท่านี้ก็บอกลาผมมัน มาเป็นสาวผมสลวย สวยได้ทุกวัน มั่นได้ทุกทรงกันแล้วล่ะค่ะ
วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554
5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม
5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม

แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์และหน้าที่การงานที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เวลาส่วนตัวมีน้อยลง ผู้หญิงอาจ "ลืม" อะไรไปหลายอย่างซึ่งเป็นสิ่งสำคัญใกล้ตัว และยังเป็นปัจจัยที่บั่นทอนและทำลายความมั่นใจของตัวเองไปโดยไม่ทันรู้ตัว
โลชั่นบำรุงผิว วาสลีน เฮลธี้ ไวท์ ประมวลข้อมูลอินไซด์ของหญิงยุคใหม่พบว่า มี 5 สิ่งหลักๆ ที่ผู้หญิงเรามักจะลืม (หรือพยายามลืม) ให้ความสำคัญ ได้แก่
1. ลืมดูกระเป๋าตังค์ โดยเฉพาะเมื่อเห็นป้ายเซล! มือไม้จะอ่อนเหมือนโดนสะกดจิตให้พุ่งเข้าไปหาของเซลอย่างไม่ทันคิด แต่ช็อปเพลินเกินห้ามใจขนาดไหนก็อย่าลืมตรวจดูสินค้าว่าหมดอายุเมื่อไหร่ แล้วมีตำหนิหรือคุณภาพคุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ อย่ามัวแต่รูดบัตรเครดิตเพลินจนเกินลิมิต ต้องหมั่นดูแลวินัยทางการเงินของตัวเองด้วย ถึงจะทั้งสวยและสมาร์ต
2. ลืมวัดรอบเอว ข้อนี้จะลืมกันบ่อยโดยเฉพาะเมื่อเห็นขนมหวานหรืออาหารถูกปาก จนทำให้ออกอาการ "คาดไม่ถึง" เพราะเข็มขัดเริ่มสั้นเกินไป ต้องเสียเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่อีก จนไม่กล้าชั่งน้ำหนัก เสียทั้งบุคลิกและสุขภาพ โรคภัยจะถามหา ลำบากต้องมาอดอาหารรีดน้ำหนักวุ่นวาย ถ้ารักจะกินก็ต้องอย่าลืมหลัก "แคลอรี-อิน แคลอรี-เอาต์" จะได้มีสุขภาพดีพร้อมหุ่นสวยให้หนุ่มๆ มองจนเหลียวหลัง
3. ลืมอายุ พออายุเลข 2 ปลายๆ ใกล้จะขึ้นเลข 3 สาวๆ ก็อยากจะหยุดนับเอาเสียดื้อๆ โดยเฉพาะสาวโสด พอมีใครถามอายุขนาดนี้ทำไมยังไม่แต่งงานก็เครียดและคิดมาก จนทำให้มีกามาประทับรอยเท้าที่หน้าโดยไม่รู้ตัว
วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสาวๆ ดูอ่อนกว่าวัยจนใครๆ ก็ลืมอายุที่แท้จริงคือหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพกายและจิตใจ ส่วนภายนอกก็ไม่ควรลืมดูแลเสื้อผ้า หน้า ผม ให้เหมาะกับกาลเทศะ คงความอ่อนเยาว์และเสน่ห์ให้ยั่งยืน
4. ลืมบท (บาท) สาวๆ ยุคนี้ทำงานก็เก่ง ตัดสินใจเด็ดขาดในทุกเรื่อง แต่จะมาตกม้าตายตรงที่ลืมนึกไปว่าบางเรื่องในชีวิตส่วนตัวไม่อาจได้ดังใจคิด หัดนึกถึงใจหนุ่มๆ บ้างว่าเขาก็ต้องการคู่คิดหรือคู่ครอง เก็บบทบาทผู้ปกครองเอาไว้ใช้ยามคับขันบ้าง รู้จักบริหารเสน่ห์ ให้เขาสวมบทบาทฮีโร่บ้าง
5. ลืมตัว หมายถึงลืมดูแลผิวพรรณร่างกายในส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากผิวหน้า ด้วยความรีบเร่งและให้ความสำคัญกับผิวหน้ามากกว่าผิวกาย เมื่อเวลาผ่านไป ความแตกต่างระหว่างผิวหน้าและกาย โดยเฉพาะส่วนคอ มือ ข้อศอก หัวเข่า หรือผิวที่ถูกแดดคล้ำเสีย ผิวที่เสี่ยงต่อรอยเหี่ยวย่น ต่างๆ เหล่านี้ กลับไม่สอดคล้องกับผิวหน้า อาจทำให้เสียความมั่นใจในการแต่งกายที่ต้องเผยผิว
5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว
5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว

1.นั่งๆ อยู่ ก็รู้สึกอยากออนไลน์ทั้งที่มีงาน มีภารกิจอื่นที่ต้องทำ
2.อยากหยุด หรืออยากลดการใช้อินเตอร์เน็ตแต่ก็ทำไม่ได้สักที และบางทีถึงขั้นหงุดหงิด ซึมเศร้า โมโห เมื่อหยุดใช้อินเตอร์เน็ต (ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้)
3.ออนไลน์นานเกินกว่าความตั้งใจเมื่อเริ่มเล่นตอนแรก
4.ความสัมพันธ์กับครอบครัว หรือกับเพื่อนบางคน บางกลุ่มลดลง
5.เมื่อรู้สึกเศร้า ผิดหวัง ท้อแท้ มักออนไลน์เพื่่อหนีปัญหา หรือปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านั้น
วิธีหนีโรคคอมพิวเตอร์
1. การใช้งานคอมพิวเตอร์ 1-2 ชั่วโมง ควรหยุดพัก 10-15 นาที ทั้งหลับตา มองต้นไม้ บริหารดวงตาด้วยการกลอกตาเป็นวงกลม 5-6 รอบ ใช้นิ้วนางแตะหัวตาแต่ละข้าง คลึง กดจุด 1-2 วินาที
2. ตั้งจอคอมพิวเตอร์ห่างจากสายตา 20-24 นิ้ว ระดับต่ำกว่าสายตาเล็กน้อย เพื่อลดการตกของจุดรวมแสง ส่วนความสว่างควรอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าของแสงแวดล้อม
3.จัดท่านั่งให้ถูกต้อง เช่น เวลาพิมพ์ข้อศอกกับคีย์บอร์ดอยู่ในระดับเดียวกัน ขาสองข้างวางเรียบกับพื้น นั่งตัวตรง อย่าให้ข้อมือโก่ง โค้งผิดปกติ เวลาใช้เมาส์ตัวอักษรที่เล็กที่สุดที่คุณสามารถอ่านได้ ใช้ตัวอักษรสีดำ บนพื้นสีขาวเป็นหลัก หลีกเลี่ยงพื้นสีเข้ม
4. ควรออกกำลังกาย เช่น กำมือ คลายมือ นวดไหล่ ต้นคอ ยืดแขน ลุกขึ้นยืนขยับตัวเป็นระยะ ๆ
5. หมั่นทำความสะอาดปัดฝุ่น เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สพฐ.วิจัยแท็บเล็ต 5รร."หนูทดลอง
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินนโยบายแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนเพื่อใช้เป็น เครื่องมือทางการศึกษา ตามนโยบาย One PC Tablets per child ของรัฐบาลว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร ไปคัดเลือกห้องเรียนประถมในโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร ระดับประถม อย่างน้อย 2 ห้อง เพื่อตั้งเป็นห้องเรียนตัวอย่างทำการวิจัยเปรียบเทียบให้เห็นข้อดี-ข้อเสีย ระหว่างห้องเรียนที่เรียนผ่านแท็บเล็ต และห้องที่ไม่ได้เรียนผ่านแท็บเล็ต ทั้งนี้ จะมีการจัดทำวิจัยนำร่องในโรงเรียนทั้งหมด 5 โรง ได้แก่ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร 1 โรง และโรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. อีก 4 โรง ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการคัดเลือกผ่านการกำหนดคุณสมบัติของโรงเรียนที่สอด คล้องกับการวิจัย อาทิ จะต้องมีห้องเรียนประถมเพื่อการวิจัยอย่างน้อย 2 ห้อง ทั้งช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) และช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) เป็นต้น
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า การวิจัยครั้งนี้จะเริ่มวิจัยในช่วงภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 และจะมีการสรุปผลหลังจบภาคเรียน อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ สพฐ.ไม่ทำการวิจัยในทุกช่วงชั้นนั้น เพราะผู้วิจัยกังวลว่าอาจจะเกินการควบคุม เพราะต้องส่งครูและทีมงานด้านคอมพิวเตอร์จากส่วนกลางลงไปมาก ดังนั้น จึงจำกัดแค่ 2 ช่วงชั้นเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนเครื่องแท็บเล็ตที่จะนำมาใช้ในการวิจัยนั้น จากการหารือร่วมกับกระทรวงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า จะใช้วิธีการรับบริจาคแท็บเล็ตในการวิจัยแทนการจัดซื้อ ซึ่งก็ได้กำหนดสเปกขั้นต่ำไว้แล้ว โดยดูจากวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก.
หมอเก่ง มศว ชนะการแข่งขัน เกมหมอยอดนักสืบ
นิสิตแพทย์ตะลันต์ เทพอารีย์ รัฐพร บำรุงผล และพิชามญฐ์ อินกอง นิสิตคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ชนะการแข่งขัน รายการ The symptom เกมหมอยอดนักสืบ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ช่อง 9 อสมท. ได้รับเงินรางวัล 100,000 ซึ่งนิสิตแพทย์ทั้ง 3 คน ได้ขอมอบเงินรางวัลดังกล่าวให้แก่ มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ มศว ต่อไป เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2554
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วิธีการเผ้าระวังอาการโรคข้อเข่าเสื่อม
ข้อเข่าเสื่อม อาการเสื่อมตามสภาพ หรือการสึกกร่อน ของกระดูกอ่อนผิวข้อที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเพศหญิง แต่ในปัจจุบันด้วยรูปแบบการใช้ชีวิต ที่หนักหน่วง เช่น การเล่นกีฬาผิดท่า การขึ้นลงบันได้บ่อยๆ หรือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดปัจจัย เสี่ยงเพิ่มขึ้น หากมีอาการ ปวดข้อเข่า ข้อเข่าขัด รู้สึกเมื่อยตึงที่น่อง มีเสียงลั่นที่ข้อเวลาเดินหรือเคลื่อนไหว เดินไม่สะดวก หากปล่อยไว้นานจนถึงระยะรุนแรง อาจถึงขั้นเดินไม่ได้
ด้วยพัฒนาการทางการแพทย์ และเทคโนโลยีแบบแผลเล็กเจ็บน้อย Minimally Invasive Surgery ช่วยให้การรักษาการผ่าตัดข้อเข่าเทียมง่ายยิ่งขึ้น ช่วยให้เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว ความเสียหายต่อเนื้อเยื้อภายในน้อยลง อาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น พร้อมด้วยมาตรฐานการรักษาโรคเฉพาะทางระดับสากล โรคข้อเข่าเสื่อม แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสหสาขาวิชา ที่ได้รับการรับรองจาก JCI สถาบันรับรองคุณภาพระดับสากลแห่งสหรัฐอเมริกา
Minimally Invasive Surgery
คือพัฒนาการทางการแพทย์ และเทคโนโลยีแบบแผลเล็กเจ็บน้อย ที่ช่วย ให้การรักษาการผ่าตัดข้อเข่าเทียมง่ายยิ่งขึ้น เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว อาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น พร้อมด้วย มาตรฐาน การรักษาโรคเฉพาะทางระดับสากล โรคข้อเข่าเสื่อมแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสหสาขาวิชา ที่ได้รับการรับรองจาก JCI สถาบันรับรองคุณภาพระดับสากลแห่งสหรัฐอเมริกา
คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่
1. เพศชาย หญิง อายุ 40 ปีขึ้นไป
2. มีน้ำหนักตัวมาก (ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25)
3. มีกิจวัตรการทำงาน ที่ต้องเดินอยู่ตลอดเวลา
4. มีอาการเข่ายืด ฝืด หรืองอ ลำบาก
5. มีเสียงดังก๊อบ แกร๊บ ที่เข่าขณะเคลื่อนไหว
6. มีอาการปวดที่ข้อเข่า หรือขาเวลาเดิน หรือลงบันได
7. มีอาการปวด เจ็บแปล๊บ ที่ข้อเข่าเวลาเดิน
8. มีอาการปวดข้อเข่าเวลานอน
9. มีปัญหาปวดข้อเข่าเวลาใส่ถุงเท้า รองเท้า หรือขณะลุกนั่ง
10. มีอาการปวดปวมอักเสบที่ข้อเข่า
11. ไม่สามารถเดินได้ปกติ ต้องเดินโยกตัว
12. ขาโก่งงอผิดรูป
สัญญาณเตือนภัย!
หากคุณมีอาการเหล่านนี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณอาจมีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยไว้นานจนถึงระยะรุนแรง อาจเป็นหนักขั้นเดินไม่ได้ เพื่อชะลอความเสื่อมให้ช้าลง และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ให้สามารถดำเนินคุณภาพชีวิตได้ตามปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ครั้งแรกในประเทศไทย
มาตรฐานการรักษาระดับสากล การดูแลรักษาโรคเฉพาะทางสำหรับผู้ป่วย โรคข้อเข่าเสื่อม (Disease or Condition Specific Care Certification Osteoarthritis of the Knee) ได้รับการรับรองจาก JCI สถาบันรับรองคุณภาพระดับสากลแห่งสหรัฐอเมริกา
นพ.บัญญัติ เกตุมาลาศิริ
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ
หลายพื้นที่ยังประสบภัยปัญหาน้ำท่วม บางที่อาจพบเจอปัญหา ทากดูดเลือด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้แนะนำวิธีการแก้ปัญหา เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ห้ามดึงออก เพราะเลือดจะหยุดยาก จี้ตัวทากด้วยธูปติดไฟหรือไม้ขีดติดไฟ โรยเกลือป่นบนตัวทาก หรือใช้น้ำส้มสายชู เหล้าหรือน้ำมันราดตัวทาก ทากจะหลุดออกมา ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ แล้วปิดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือแผ่นปิดแผลสำเร็จรูป
สาวผมมัน ต้องสระผมทุกวันหรือเปล่า..?
สาวๆ หลายคนคงจะประสบกับปัญหาเส้นผมมัน จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ ไปได้เหมือนกัน ซึ่งสาวๆ บางคนก็เลี่ยงโดยการเกล้าผมบ้าง รัดผมบ้าง เพื่อปกปิดสภาพเส้นผมที่มันเยิ้ม ลีบแบน จัดทรงยาก เหนียวเหนอะหนะ และอาจจะมีอาการของผมร่วงร่วมด้วยค่ะ จนบางทีก็อดหงุดหงิดใจใม่ได้ ในวันที่อยากจะปล่อยผมยาวสลวยในอารมณ์สบายๆ บ้าง แถมการมีสภาพเส้นผมมันนั้นทำให้เจ้าพวกสิ่งสกปรกจำพวกฝุ่นละอองต่างๆ มาเกาะที่หนังศีรษะได้มากกว่าคนอื่นๆ แต่จริงๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่บ้างค่ะ
เพราะสาวผมมันนั้นมักจะไม่ค่อยเจอกับปัญหาเส้นผมแตกปลายสักเท่าไหร่...เอาเป็นว่าเรามารู้จัก และหาวิธีดูแลเส้นผมมันกับวิธีตามแบบฉบับสบายอารมณ์ ให้เป็นสาวผมสลวยกันดีกว่าค่ะ
สาวๆ ทราบไหมคะว่า สภาพผมมันนั้นเกิดจากการที่ต่อมไขมันที่บริเวณหนังศีรษะ ซึ่งอยู่บริเวณรากผม ผลิตไขมันออกมามากเกินไป แต่จริงๆ แล้วไขมันนี้มีประโยชน์ต่อเส้นผมมากเลยนะคะ เพราะทำให้เส้นผมแข็งแรง ไม่แห้งแตกปลาย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมมันนั้นมักจะเกิดมาจากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งสาวๆ ก็ต้องสังเกตุตัวเองให้ดีๆ ค่ะว่ามีสาเหตุเกิดมาจากอะไร เช่น ฮอร์โมนไม่ปกติ พันธุกรรม รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ อยู่ในบริเวณร้อนชื้นอยู่เป็นประจำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม
ในภาวะที่มีอาการผมร่วงร่วมด้วนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วนั้นการที่มีสภาพเส้นผมมันตามธรรมชาติจะไม่สามารถทำให้เกิดผมร่วงมากสักเท่าไหร่ แต่การที่สีการสะสมไขมันบริเวณหนังศีรษะมากๆ นั้นจะสามารถไปอุกตันบริเวณรอบๆ รากผมทำให้การไหลเวียนของเลือด การนำพาสารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงรากผมได้ไม่ดี และอาจจะทำให้เชื้อโรคบริเวณหนังศีรษะมีมากขึ้น ทำให้การทำงานของรากขนผิดปกติไป เกิดอาการผมร่วง และผมขึ้นใหม่ได้น้อยลง ทำให้ผมบางลงเรื่อยๆ เกิดศีรษะล้านตามมาได้ในที่สุด
ผมมันอยู่ใช่ไหม มาฟังทางนี้ดีกว่า
1. สระผมทุกวัน ด้วยแชมพูที่มีค่า PH เป็นกรดอ่อนๆ (PH ประมาณ 5.5 - 6.5) จะช่วยลดหนังศีรษะมันได้ดี หรือใช้แชมพูสูตรสำหรับผู้ที่มีผมมันโดยเฉพาะ แชมพูสำหรับผมมันจะมีสารฟอกค่อนข้างแรง และในขณะสระผมควรทิ้งแชมพูไว้ประมาณ 5 นาที หลีกเลี่ยงการถูขยี้หนังศีรษะ แล้วจึงล้างออก ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนวดผม เนื่องจากมีไขมันที่ผลิตขึ้นมาบนหนังศีรษะแล้วแต่ถ้าหากมีผมแตกปลาย ควรใช้ครีมนวดผมที่ปลายเท่านั้น
2. ล้างผมด้วยน้ำเย็น สาวๆ ที่มีปัญหาเส้นผมมันมากๆ ควรจะใช้น้ำเย็น หรือน้ำธรรมดาสระผม เนื่องจากน้ำเย็นจะช่วยปิดเกร็ดผม และรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผมนุ่ม และช่วยปิดรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะอีกด้วย
3. หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผม เพราะการใช้น้ำมันใส่ผม ครีมแต่งผม หรือมอยเจอร์ไรเซอร์ต่างๆ โดยเฉพาะที่ทำจากกรีเซอรีนหรือซีรีโคน (glycerin and silicone) จะทำให้ผมมันมากขึ้นไปอีก
4. ลดผมมันด้วยสูตรธรรมชาติ โดยผสมน้ำส้มสายชู 1 ส่วนในน้ำ 4 ส่วน ใช้ล้างผมครั้งสุดท้าย หรืออาจใช้น้ำมะนาวผสมน้ำ แทนน้ำส้มสายชูในการล้างผม จะช่วยให้ลดความมันของเส้นผมได้ดี และปลอดภัยต่อหนังศีรษะอีกด้วย
5. ลดอาหารที่มีไขมันมากๆ กินอาหารพวกวิตามินบี เกลือแร่ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ นมถั่วเหลือง พืชตระกูลถั่ว ควรหาเวลาพักผ่อน ทำใจให้สบาย เนื่องจากความเครียดจะส่งผลต่อระบบการที่โลหิตหมุนเวียนไปเลี้ยงหนังศีรษะ
6. ไม่ควรหวีผมบ่อยเกินไป เนื่องจากการหวีผมบ่อยมากเกินไปจะกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมามาก ควรใช้มือในการสางผมก็พอ
7. ทางเลือกใหม่ ใช้แชมพูจากธรรมชาติดีที่สุด ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีสารประกอบจากธรรมชาติ เช่น ส้ม มะกรูด มะนาว มะม่วง อาจจะมีการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ (Antiseptic) ลงไปในแชมพู เพื่อลดการเจริญของแบคทีเรียที่มีอยู่บริเวณรากผม อาจจะมีส่วนผสมของ Zinc PCA (สังกะสี พีซีเอ) ซึ่งจะควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน และลดการผลิตน้ำมันลง
เพียงเท่านี้ก็บอกลาผมมัน มาเป็นสาวผมสลวย สวยได้ทุกวัน มั่นได้ทุกทรงกันแล้วล่ะค่ะ
วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554
5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม
5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม

แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์และหน้าที่การงานที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เวลาส่วนตัวมีน้อยลง ผู้หญิงอาจ "ลืม" อะไรไปหลายอย่างซึ่งเป็นสิ่งสำคัญใกล้ตัว และยังเป็นปัจจัยที่บั่นทอนและทำลายความมั่นใจของตัวเองไปโดยไม่ทันรู้ตัว
โลชั่นบำรุงผิว วาสลีน เฮลธี้ ไวท์ ประมวลข้อมูลอินไซด์ของหญิงยุคใหม่พบว่า มี 5 สิ่งหลักๆ ที่ผู้หญิงเรามักจะลืม (หรือพยายามลืม) ให้ความสำคัญ ได้แก่
1. ลืมดูกระเป๋าตังค์ โดยเฉพาะเมื่อเห็นป้ายเซล! มือไม้จะอ่อนเหมือนโดนสะกดจิตให้พุ่งเข้าไปหาของเซลอย่างไม่ทันคิด แต่ช็อปเพลินเกินห้ามใจขนาดไหนก็อย่าลืมตรวจดูสินค้าว่าหมดอายุเมื่อไหร่ แล้วมีตำหนิหรือคุณภาพคุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ อย่ามัวแต่รูดบัตรเครดิตเพลินจนเกินลิมิต ต้องหมั่นดูแลวินัยทางการเงินของตัวเองด้วย ถึงจะทั้งสวยและสมาร์ต
2. ลืมวัดรอบเอว ข้อนี้จะลืมกันบ่อยโดยเฉพาะเมื่อเห็นขนมหวานหรืออาหารถูกปาก จนทำให้ออกอาการ "คาดไม่ถึง" เพราะเข็มขัดเริ่มสั้นเกินไป ต้องเสียเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่อีก จนไม่กล้าชั่งน้ำหนัก เสียทั้งบุคลิกและสุขภาพ โรคภัยจะถามหา ลำบากต้องมาอดอาหารรีดน้ำหนักวุ่นวาย ถ้ารักจะกินก็ต้องอย่าลืมหลัก "แคลอรี-อิน แคลอรี-เอาต์" จะได้มีสุขภาพดีพร้อมหุ่นสวยให้หนุ่มๆ มองจนเหลียวหลัง
3. ลืมอายุ พออายุเลข 2 ปลายๆ ใกล้จะขึ้นเลข 3 สาวๆ ก็อยากจะหยุดนับเอาเสียดื้อๆ โดยเฉพาะสาวโสด พอมีใครถามอายุขนาดนี้ทำไมยังไม่แต่งงานก็เครียดและคิดมาก จนทำให้มีกามาประทับรอยเท้าที่หน้าโดยไม่รู้ตัว
วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสาวๆ ดูอ่อนกว่าวัยจนใครๆ ก็ลืมอายุที่แท้จริงคือหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพกายและจิตใจ ส่วนภายนอกก็ไม่ควรลืมดูแลเสื้อผ้า หน้า ผม ให้เหมาะกับกาลเทศะ คงความอ่อนเยาว์และเสน่ห์ให้ยั่งยืน
4. ลืมบท (บาท) สาวๆ ยุคนี้ทำงานก็เก่ง ตัดสินใจเด็ดขาดในทุกเรื่อง แต่จะมาตกม้าตายตรงที่ลืมนึกไปว่าบางเรื่องในชีวิตส่วนตัวไม่อาจได้ดังใจคิด หัดนึกถึงใจหนุ่มๆ บ้างว่าเขาก็ต้องการคู่คิดหรือคู่ครอง เก็บบทบาทผู้ปกครองเอาไว้ใช้ยามคับขันบ้าง รู้จักบริหารเสน่ห์ ให้เขาสวมบทบาทฮีโร่บ้าง
5. ลืมตัว หมายถึงลืมดูแลผิวพรรณร่างกายในส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากผิวหน้า ด้วยความรีบเร่งและให้ความสำคัญกับผิวหน้ามากกว่าผิวกาย เมื่อเวลาผ่านไป ความแตกต่างระหว่างผิวหน้าและกาย โดยเฉพาะส่วนคอ มือ ข้อศอก หัวเข่า หรือผิวที่ถูกแดดคล้ำเสีย ผิวที่เสี่ยงต่อรอยเหี่ยวย่น ต่างๆ เหล่านี้ กลับไม่สอดคล้องกับผิวหน้า อาจทำให้เสียความมั่นใจในการแต่งกายที่ต้องเผยผิว
5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว
5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว

1.นั่งๆ อยู่ ก็รู้สึกอยากออนไลน์ทั้งที่มีงาน มีภารกิจอื่นที่ต้องทำ
2.อยากหยุด หรืออยากลดการใช้อินเตอร์เน็ตแต่ก็ทำไม่ได้สักที และบางทีถึงขั้นหงุดหงิด ซึมเศร้า โมโห เมื่อหยุดใช้อินเตอร์เน็ต (ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้)
3.ออนไลน์นานเกินกว่าความตั้งใจเมื่อเริ่มเล่นตอนแรก
4.ความสัมพันธ์กับครอบครัว หรือกับเพื่อนบางคน บางกลุ่มลดลง
5.เมื่อรู้สึกเศร้า ผิดหวัง ท้อแท้ มักออนไลน์เพื่่อหนีปัญหา หรือปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านั้น
วิธีหนีโรคคอมพิวเตอร์
1. การใช้งานคอมพิวเตอร์ 1-2 ชั่วโมง ควรหยุดพัก 10-15 นาที ทั้งหลับตา มองต้นไม้ บริหารดวงตาด้วยการกลอกตาเป็นวงกลม 5-6 รอบ ใช้นิ้วนางแตะหัวตาแต่ละข้าง คลึง กดจุด 1-2 วินาที
2. ตั้งจอคอมพิวเตอร์ห่างจากสายตา 20-24 นิ้ว ระดับต่ำกว่าสายตาเล็กน้อย เพื่อลดการตกของจุดรวมแสง ส่วนความสว่างควรอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าของแสงแวดล้อม
3.จัดท่านั่งให้ถูกต้อง เช่น เวลาพิมพ์ข้อศอกกับคีย์บอร์ดอยู่ในระดับเดียวกัน ขาสองข้างวางเรียบกับพื้น นั่งตัวตรง อย่าให้ข้อมือโก่ง โค้งผิดปกติ เวลาใช้เมาส์ตัวอักษรที่เล็กที่สุดที่คุณสามารถอ่านได้ ใช้ตัวอักษรสีดำ บนพื้นสีขาวเป็นหลัก หลีกเลี่ยงพื้นสีเข้ม
4. ควรออกกำลังกาย เช่น กำมือ คลายมือ นวดไหล่ ต้นคอ ยืดแขน ลุกขึ้นยืนขยับตัวเป็นระยะ ๆ
5. หมั่นทำความสะอาดปัดฝุ่น เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค