วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทายใจจาก...การส่องกระจก สังเกตตัวเองว่าชอบทำท่าไหนเวลาส่องกระจก

ท่าทางที่เราแสดงออกไปเมื่อยืนอยู่หน้ากระจกนั้น สามารถบ่งบอกนิสัยของเราได้ด้วย โดยถ้าแสดงสีหน้าแบบ...

ท่าทางทะเล้น :: เป็นคนขี้เล่น มีชีวิตที่สนุกสนาน สดใสตลอดเวลา มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เพื่อนฝูงมากมาย มีความห้าวหาญ ไม่กลัวใคร กล้าที่จะเผชิญกับปัญหาทุกรูปแบบ ไม่ชอบที่จะอยู่ภายใต้คำสั่งของใคร มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ส่งยิ้มให้กับตัวเอง :: มีนิสัยน่ารัก เป็นแม่พระในหมู่เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง รักเพื่อน ชอบให้ความช่วยเหลือ คอยเป็นห่วงเป็นใย และพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ




ตีหน้าเครียด :: เป็นคนเอาการเอางาน จริงจังกับชีวิต ไม่ชอบที่จะปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ พยายามหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา ไม่ชอบที่จะอยู่นิ่งเฉย และจะไม่ยอมทำสิ่งใดที่รู้ว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

แอบปลื้มตัวเองในกระจก :: มีอารมณ์ศิลปิน ช่างคิด ช่างฝัน ช่างจินตนาการ เป็นคนที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มีความทะเยอทะยานสูง เมื่อคิดหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็จะมุมานะทำให้ถึงจุดหมายนั้นให้ได้

เขินอาย ไม่กล้าสบตาตัวเองในกระจก :: เป็นคนขี้อาย แต่มีความยึดมั่นในความคิดของตัวเอง มีอารมณ์สุนทรีย์ อ่อนโยน มีความเป็นตัวของตัวเอง ขยันหมั่นเพียร แต่ก็แอบมีมุมที่ดื้อซ่อนอยู่ในตัวเหมือนกัน

สำรวจตัวเองทุกกระเบียดนิ้ว :: เป็นคนรักสวยรักงาม พยายามเอาใจใส่ตัวเองให้ดูดีเสมอ รักความก้าวหน้า มีความพยายามที่จะผลักดันให้ไปถึงจุดที่สูงสุดที่ต้องการ คล่องแคล่ว ไม่ชอบที่จะอยู่ว่างเฉยๆ มักจะหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา

25 ธ.ค. วันคริสต์มาส :)




คริสต์มาส (อังกฤษ: Christmas; อังกฤษโบราณ: Crīstesmæsse, หมายถึง "มิสซาของพระคริสต์") หรือ วันสมโภชพระคริสตสมภพ (อังกฤษ: Feast of the Nativity) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู มักจัดวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันหยุดทางศาสนาและวัฒนธรรมโดยประชากรโลกหลายพันล้านคน วันดังกล่าวเน้นปีพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนเป็นสำคัญ วันคริสต์มาสเป็นวันปิดเทศกาลเตรียมการรับเสด็จ (Advent) และวันเริ่มต้นเทศกาลพระคริสตสมภพ (Christmastide) สิบสองวัน คริสต์มาสเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศทั่วโลก และผู้ที่มิได้นับถือคริสต์เฉลิมฉลองมากขึ้น และเป็นส่วนสำคัญในคริสต์มาสและฤดูวันหยุด
วันที่พระเยซูประสูติจริง ๆ นั้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์คะเนไว้ระหว่าง 2 ปีก่อน ค.ศ. และ ค.ศ. 7 ไม่เป็นที่ทราบ ในช่วงต้นถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 4 โบสถ์คริสต์ตะวันตกกำหนดวันคริสต์มาสครั้งแรกไว้ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งวันที่ดังกล่าวศาสนาคริสต์ทางตะวันออกได้รับไปภายหลัง มีการพัฒนาทฤษฎีเพื่ออธิบายว่าทางเลือกนั้น รวมถึงเป็นวันเก้าเดือนพอดีหลังการเฉลิมฉลองนางมารีย์รับการประสูติของพระเยซูของคริสต์ศาสนิกชน หรือถูกเลือกให้ตรงกับวันเหมายันของโรมัน หรือเทศกาลฤดูหนาวเพเกินโบราณบางอย่าง
วันการเฉลิมฉลองของศาสนาคริสต์ตะวันออกแต่เดิม คือ วันที่ 6 มกราคม โดยเชื่อมโยงกับวันฉลองการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ (Epiphany) และในปัจจุบัน วันดังกล่าวยังคงเป็นวันเฉลิมฉลองสำหรับศาสนจักรอะโพสโตลิคอาร์เมเนียและในอาร์เมเนีย ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ จนถึง ค.ศ. 2011 ระหว่างปฏิทินเกรโกเรียนสมัยใหม่และปฏิทินจูเลียนที่เก่ากว่า มีวันที่ต่างกันอยู่ 13 วัน ผู้ที่ยังใช้ปฏิทินจูเลียนหรือเทียบเท่าต่อไปจึงเฉลิมฉลองวันที่ 25 ธันวาคมและ 6 มกราคมโดยประชากรโลกส่วนใหญ่ ในวันที่ 7 มกราคมและ 19 มกราคม ด้วยเหตุนี้ เอธิโอเปียรัสเซีย ยูเครนและมาเซโดเนียจึงเฉลิมฉลองคริสต์มาส ทั้งที่เป็นวันสมโภชของคริสต์ศาสนิกชนและที่เป็นวันหยุดราชการ ตามในปฏิทินเกรโกเรียนคือ วันที่ 7 มกราคม
ประเพณีการเฉลิมฉลองอันเป็นที่นิยมที่เหมือนกันในหลายประเทศมีการผสมผสานแนวคิดและกำเนิดก่อนคริสเตียน คริสเตียนและฆราวาส ประเพณีสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมในวันดังกล่าวมีการให้ของขวัญ เพลงคริสต์มาสและเพลงเทศกาล การแลกเปลี่ยนบัตรคริสต์มาส การตกแต่งโบสถ์ มื้อพิเศษ และการจัดแสดงการประดับตกแต่งหลายอย่าง รวมทั้งต้นคริสต์มาส แสงไฟ ฉากการประสูติของพระเยซู มาลัย พวงหรีด มิสเซิลโทและฮอลลี นอกเหนือจากนั้น บุคคลที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดและบ่อยครั้งแทนกันได้หลายคน เช่น ซานตาคลอส ฟาเธอร์คริสต์มาส นักบุญนิโคลัส และคริส คริงเกิล ตลอดจนชื่ออื่นทั้งหลาย เกี่ยวข้องกับการนำของขวัญไปให้แก่เด็กระหว่างเทศกาลคริสต์มาส และมีประเพณีและตำนานเป็นของตนเอง เพราะการให้ของขวัญและอีกหลายแง่มุมของเทศกาลคริสต์มาสที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งคริสต์ศาสนิกชนและผู้ที่มิใช่คริสต์ศาสนิกชน วันคริสต์มาสจึงเป็นเหตุการณ์สำคัญและช่วงลดราคาหลักสำหรับผู้ค้าปลีกและธุรกิจ ผลกระทบทางเศรษฐกิจของคริสต์มาสเป็นปัจจัยซึ่งเติบโตขึ้นคงที่ตลอดศตวรรษที่ผ่านมาในหลายภูมิภาคทั่วโลก

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แนะวิธีแก้เผ็ด...พริก




แนะวิธีแก้เผ็ด...พริก

ไม่ได้กำลังแนะนำให้คุณโต้ตอบใครที่เขาทำให้คุณเจ็บใจหรอกนะ แต่หมายถึงวิธีแก้ความเผ็ดเวลาที่คุณเผลอกินพริกเม็ดจิ๋ว แต่เผ็ดร้อนแรงยิ่งนักต่างหาก

ความเชื่อเก่า : ดื่มน้ำเย็นตามทันที เพื่อหวังดับความเผ็ดร้อนก่อนจะพ่นไฟเป็นมังกร

ผลที่ได้ : ไม่ได้ช่วยให้คุณหายเผ็ด แต่กลับกลายเป็นว่า การดื่มน้ำจะยิ่งไปกระจายความเผ็ดให้ทั่วปากมากขึ้นแทน

มาดูวิธีแก้เผ็ด (พริก) อย่างถูกวิธีกันดีกว่า

1. รับประทานข้าว ขนมปัง หรือจะดื่มนม จากนั้นค่อยอมลูกอมก็ได้เพราะความหวานในอาหาร เครื่องดื่ม หรือลูกอมเหล่านี้ จะช่วยดูดซับสารแคปไซซิน(Capsaicin) ที่เป็นตัวการให้เกิดความเผ็ดร้อน เมื่อลิ้นหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งไปสัมผัสเจ้าพริกเม็ดจิ๋วเข้า

2. ดื่มน้ำมะนาว หรือน้ำมะเขือเทศสด ๆ จะช่วยแก้เผ็ดได้ เพราะกรดจะไปทำปฏิกิริยากับสารดังกล่าว ซึ่งเป็นด่าง ทำให้ความเผ็ดแผลงอิทธิฤทธิ์น้อยลง

วิธี แก้ริมฝีปากดำ ปากแห้ง แตก

วิธีการแก้ไขได้ไม่ยากริมฝีปากคล้ำ




หาก สำรวจตัวเองจนได้คำตอบแล้วว่า ต้นตอของปัญหา ริมฝีปากดำคล้ำ แห้ง แตก และลอกเป็นขุย เกิดจากสาเหตุใด วิธีแก้ไขก็ไม่ใช้เรื่องยากเย็นอะไรเลย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ คือ

1. ดื่มน้ำมากๆ มากจนเพียงพอที่จะให้ความชุมชื้นถึงทุกส่วนของ ผิวหนัง รวมทั้งริมฝีปาก เพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้น เซลล์ในร่างกายจะเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง

2. เมื่อกินผักผลไม้เสร็จแล้ว ล้างปากให้สะอาดทุกครั้ง

3. เปลี่ยนยาสีฟันที่มีฟองมาก รสเผ็ดซ่า เป็นยี่ฮ้อที่มีฟองน้อยลง และเผ็ดน้อย หรือใช้ยาสีฟันเด็ก หรืออาจใช้วิธีทาวาสลินขาวเคลือบริมฝีปากก่อนแปรงฟัน เพื่อป้องกันฟองยาสีฟันรบกวนริมฝีปาก ถ้าไม่มีวาสลินขาวอาจใช้เบบี้ออยล์ (baby oil) แทนก็ได้

4. อย่าเลียริมฝีปากแม้ว่าจะช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้น (ชั่วคราว) แต่เมื่อความชื้นระเหยกลับ จะทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น

5. ทาริมฝีมากบ่อยๆ ด้วยวาสลินขาว แทนลิปกลอสหรือลิปมัน ที่แห้งหรือแข็งเกินไป หรืออาจใช้ลิปปาล์มที่มีสารจากธรรมชาติ และมีสารป้องกันแสงแดดอยู่ด้วย

ตั๋วรถเมล์ทายใจ

ทุกๆคน มีวิธีการเก็บตั๋วโดยสาร เก็บแบบไหนมาทายใจกันเลย


1. พับเป็นชิ้นเล็กๆ
2. พับเป็นนกตัวเล็กๆ
3. กำไว้ในมือ
4. เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์
5. ม้วนเป็นหลอดกลม
6. สอดไว้ในหนังสือ
7. เสียบไว้ตามเบาะรถ
8. เก็บไว้ที่แหวน หรือสายนาฬิกา



พับเป็นชิ้นเล็กๆ
ชีวิตของคุณช่างเรียบง่ายเสียเหลือเกิน ก็เพราะคุณไม่ค่อยอยากจะคิดอะไรให้มันมากมายนัก การได้ปลดปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ ถือเป็นความสุข เป็นคนมองโลกในแง่ดีและเกลียดคำว่าศัตรู แต่รักคำว่ามิตรภาพมากที่สุด

พับเป็นนก
โดยส่วนตัวแล้วคุณเปิดเผย แต่ก็มีบางครั้งที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองมากไปสักหน่อย ไม่ค่อยจะสนใจคนรอบข้างมากนัก บางครั้งไม่สนใจว่าสิ่งที่คุณกระทำจะกระทบกับใครบ้าง

กำไว้ในมือ
ความซื่อสัตย์คือหัวใจของคุณ คุณไม่ชอบก่อความเดือนร้อนให้ผู้อื่นและยังชอบทำอะไรด้วยตัวเองเสมอๆ อาศัยความเคยชินและความชำนาญเป็นที่ตั้ง ซึ่งบางสิ่งที่คุณทำก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าทำไม

เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์
คุณเป็นคนชอบเข้าสังคม มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากๆ เข้ากับคนง่าย ชอบทำอะไรเป็นระเบียบ ที่สำคัญคุณเป็นคนที่น่าคบมากทีเดียว เพราะความที่คุณชอบที่จะให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ อยู่เสมอ

ม้วนเป็นหลอดกลม
คุณเป็นคนมีจินตนาการสูงส่ง ช่างคิดช่างฝัน มีความโรแมนติกในเรื่องความรักมาก บางครั้งดูเหมือนจะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว แต่เพราะคำว่าการให้อภัยมันมีค่ามาก คุณจึงไม่เคยคิดจะทำอะไรให้ใครต้องเดือนร้อน

สอดไว้ในหนังสือ
เป็นคนใจร้อนและอารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยละเอียดรอบคอบ หลงเชื่อคนอื่นง่าย แบบนี้ต้องรีบเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนรอบข้างแล้วนะ ที่สำคัญเพื่อตัวคุณเอง

เสียบไว้ตามเบาะรถ
คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกใครๆ มักจะทำอะไรตามความรู้สึกของตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะคุณยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แต่ในส่วนลึกๆ แล้วคุณช่างเป็นคนขี้เหงามากๆ คุณอยากได้ความรัก ความสนใจจากคนรอบข้างมากๆ

เก็บไว้ที่แหวน หรือสายนาฬิกา
คุณสนใจเรื่องของคนอื่น เป็นคนที่เก็บความลับไม่อยู่ เพราะความที่คุณเป็นคนที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา แต่ข้อดีของคุณคือชอบช่วยเหลือคนอื่น ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะช่วยได้สำเร็จหรือไม่ก็ตาม

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีการสร้างสมาธิแบบเดิมๆ เช่น การนั่งสมาธิ การฟังเพลง น้องๆ อาจจะรู้อยู่แล้ว ดังนั้น เคล็ดลับของพี่มิ้นท์วันนี้ จึงเอาวิธีสร้างสมาธิด้วยสารพัดกลิ่นมาบอกต่อน้องๆ รับรองว่าเจ๋งจริงอะไรจริง สมาธิบรรเจิด แถมได้อยู่กับกลิ่นหอมๆ ด้วย โรแมนติกได้อีกอะ^^

ในทางตรงกันข้าม บางกลิ่นที่หอมๆ ก็ประโยชน์ต่อร่างกาย สรรพคุณของมัน จะช่วยสร้างสมาธิ ทำให้สมองผ่อนคลาย รู้สึกมีความสุข เจ้าสิ่งพวกนี้ คือ น้ำมันหอมระเหยนั่นเอง และพี่มิ้นท์ ก็กำลังจะพาน้องๆ มารู้จักกับ "กลิ่น" ที่มีพลังวิเศษ ช่วยให้ผ่อนคลาย อ่านหนังสือรู้เรื่องอย่างไม่รู้ตัว

"กลิ่น" ไหนบ้าง ที่มีประโยชน์

1) กลิ่นลาเวนเดอร์ ช่วยลดความเครียด ลดอาการปวดหัว ถ้าอ่านหนังสือแล้วรู้สึกมึนๆ ปวดหัว ก็ลองหากลิ่นนี้มาใช้ดู เพราะคุณสมบัติของกลิ่นนี้จะกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท สามารถลดความกังวลและความตื่นเต้นได้ จะรู้สึกสงบลง ถ้าจะออกไปรายงานหน้าห้อง ลองพกกลิ่นนี้ไว้ด้วยก็ได้นะ เผื่อจะหายตื่นเต้น ฮ่าๆ แต่อย่าเผลอเอายากันยุง กลิ่นลาเวนเดอร์มาจุดล่ะ อันนี้น่าจะมึนหัวกว่าเดิม





2) กลิ่นโรสแมรี่ ช่วยให้สดชื่น แจ่มใส แก้ง่วง ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนเลือดในสมองดีขึ้น เป็นประโยชน์โดยตรงสำหรับสมอง ที่จะทำให้รับรู้และจดจำแม่นขึ้น อยากสร้างสมาธิให้จำแม่นขึ้น ต้องลองหากินนี้มาใช้นะ
3) กลิ่นซีตรัส แบบอ่อนๆ เช่น กลิ่นมะนาว เลมอน หรือกลิ่นพวกเกรปฟรุตต่างๆ จะให้ความรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง เพราะลักษณะของกลิ่นจะให้ความรู้สึกสะอาด ๆ สร้างสมาธิได้ดีเหมือนกัน นอกจากนี้ยังคลายเครียดได้อีกด้วย
4) กลิ่นมินต์ (ไม่ใช่กลิ่นพี่มิ้นท์นะ อิอิ) ช่วยให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า อยากอ่านหนังสือ เพราะโมเลกุลของมินต์มีผลต่อการสื่อสารของเซลล์ประสาท จึงเพิ่มพลังสมองได้ และยังมีสรรพคุณคล้ายๆ โรสแมรี่ คือช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ด้วย
5) กลิ่นคาโมมายล์ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง แจ่มใส มีสมาธิ ลดความเครียดได้เหมือนกัน

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สุขภาพดีง่ายๆด้วยการกิน

การรักษาสุขภาพ และการเอาใจใส่เรื่องการบริโภค ไม่เพียงแต่ทำให้รูปร่างดีเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ทำให้คุณเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างง่ายดาย และยังทำให้คุณห่างไกลจากโรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน ทั้งนี้การป่วยด้วยโรคต่างๆ มีส่วนมาจากการเลือกรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หากมีการออกกำลังควบคู่ไปด้วยยิ่งส่งผลให้ทั้งสุขภาพและรูปร่างของ คุณดูดีอยู่เสมอ

นี่คือหลักการง่ายๆของการรับประทานอาหารเพื่อการมีสุขภาพที่ดี

พึงระวังโรคที่มากับความเค็ม
การ บริโภคเกลือมากเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการอาจทำก่อให้เกิดโรคหัวใจ รวมถึงภาวะอุดตันของเส้นเลือด ด้านองค์การอาหารแนะนำว่า ร่างกายต้องการปริมาณเกลือในแต่ละวันเพียง 6 กรัมเท่านั้น ดังนั้นจึงพึงระวังโรคร้ายที่แฝงมากับเกลือจากผลิตภัณฑ์ของอาหารในรูปแบบ ต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับเกลือมากเกินความต้องการ

ทั้งนี้ การชิมอาหารก่อนการเติมเครื่องปรุงเพิ่มนั้น อาจทำให้คุณไม่ปรารถนาที่จะเติมเกลือเพิ่มลงไป หรือไม่อย่างนั้นคุณอาจใช้เครื่องปรุงสมุนไพรให้มีรสชาติจัดจ้านแทน

ระวังโรคอ้วนจู่โจม
หาก คุณเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนมากเกินไป จากการเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีไขมันสูงนั้น อาจส่งผลให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้น มักพบในอาหารจำพวก พาย พาสทรีส์ บิสกิต ดังนั้นทางที่ดี จึงควรเลือกบริโภคอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันตับปลา ถั่ว หรือ อโวคาโด อาหารเหล่านี้ สามารถลดปริมาณไขมันในเส้นเลือดได้
การเลือกรับประทานอาหารช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้ดีได้
การ รับประทานผัก และ ผลไม้ ให้ติดจนเป็นนิสัยทุกวัน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากจะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณ 80 กรัมต่อวันนั้นยิ่งส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน อย่างเช่น ทานองุ่นวันละ 1 กำมือ พริกวันละครึ่งเม็ด หรือลูกพลัมขนาดกลางอีกวันละ 2 ผล ควรพยายามทานผัก ผลไม้ทุกวัน และทุกมื้อ

เริ่มจากแครอทและมันเทศ เต็ม ไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งนี้การเพิ่มรสชาติด้วยพริกไทยดำ หรือเนยอีกเพียงเล็กน้อย สามารถทานคู่กับไส้กรอก หรือเนื้อได้อร่อยอย่างน่ามหัศจรรย์

อโวคาโด ถึงแม้จะเป็นผลไม้ที่มีไขมันมากที่สุด แต่สามารถทานได้เป็นประจำทุกวัน เนื่องจากไขมันของอโวคาโด เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสามารถลดไขมันในเส้นเลือดได้ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินบี6 และแร่ธาตุ

ผักโขม นับเป็นแหล่งรวมวิตามินซี ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษาโรคต่างๆ ตั้งแต่โรคเหน็บชาไปจนถึงโรคเกี่ยวกับสมอง
นอก จากผักจะเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับอาหารแล้ว ผักยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเพิ่มรสชาติให้กับอาหารอีกด้วย ดังนั้น ในการรับประทานอาหารทุกมื้อ จึงไม่ควรมองข้มที่จะใส่ผักลงไปในอาหารทุกจาน ทั้งในอาหารจำพวกพาสต้า สตูว์ หรือแกงกะหรี่ เพิ่ม ถั่ว ข้าวโพดอ่อน หรือแครอท ลงในพาย เติมสัปปะรด พริกไทย ในพิซซ่า รวมถึงใส่เห็ดลงในลาซาญญ่า และคาเนลโลนี เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับอาหารและทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีโดยไม่รู้ตัวอีก ด้วย...

ที่มา hellomagazine.com

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทายใจจาก...การส่องกระจก สังเกตตัวเองว่าชอบทำท่าไหนเวลาส่องกระจก

ท่าทางที่เราแสดงออกไปเมื่อยืนอยู่หน้ากระจกนั้น สามารถบ่งบอกนิสัยของเราได้ด้วย โดยถ้าแสดงสีหน้าแบบ...

ท่าทางทะเล้น :: เป็นคนขี้เล่น มีชีวิตที่สนุกสนาน สดใสตลอดเวลา มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เพื่อนฝูงมากมาย มีความห้าวหาญ ไม่กลัวใคร กล้าที่จะเผชิญกับปัญหาทุกรูปแบบ ไม่ชอบที่จะอยู่ภายใต้คำสั่งของใคร มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ส่งยิ้มให้กับตัวเอง :: มีนิสัยน่ารัก เป็นแม่พระในหมู่เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง รักเพื่อน ชอบให้ความช่วยเหลือ คอยเป็นห่วงเป็นใย และพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ




ตีหน้าเครียด :: เป็นคนเอาการเอางาน จริงจังกับชีวิต ไม่ชอบที่จะปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ พยายามหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา ไม่ชอบที่จะอยู่นิ่งเฉย และจะไม่ยอมทำสิ่งใดที่รู้ว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

แอบปลื้มตัวเองในกระจก :: มีอารมณ์ศิลปิน ช่างคิด ช่างฝัน ช่างจินตนาการ เป็นคนที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มีความทะเยอทะยานสูง เมื่อคิดหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็จะมุมานะทำให้ถึงจุดหมายนั้นให้ได้

เขินอาย ไม่กล้าสบตาตัวเองในกระจก :: เป็นคนขี้อาย แต่มีความยึดมั่นในความคิดของตัวเอง มีอารมณ์สุนทรีย์ อ่อนโยน มีความเป็นตัวของตัวเอง ขยันหมั่นเพียร แต่ก็แอบมีมุมที่ดื้อซ่อนอยู่ในตัวเหมือนกัน

สำรวจตัวเองทุกกระเบียดนิ้ว :: เป็นคนรักสวยรักงาม พยายามเอาใจใส่ตัวเองให้ดูดีเสมอ รักความก้าวหน้า มีความพยายามที่จะผลักดันให้ไปถึงจุดที่สูงสุดที่ต้องการ คล่องแคล่ว ไม่ชอบที่จะอยู่ว่างเฉยๆ มักจะหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา

25 ธ.ค. วันคริสต์มาส :)




คริสต์มาส (อังกฤษ: Christmas; อังกฤษโบราณ: Crīstesmæsse, หมายถึง "มิสซาของพระคริสต์") หรือ วันสมโภชพระคริสตสมภพ (อังกฤษ: Feast of the Nativity) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู มักจัดวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันหยุดทางศาสนาและวัฒนธรรมโดยประชากรโลกหลายพันล้านคน วันดังกล่าวเน้นปีพิธีกรรมของคริสต์ศาสนิกชนเป็นสำคัญ วันคริสต์มาสเป็นวันปิดเทศกาลเตรียมการรับเสด็จ (Advent) และวันเริ่มต้นเทศกาลพระคริสตสมภพ (Christmastide) สิบสองวัน คริสต์มาสเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศทั่วโลก และผู้ที่มิได้นับถือคริสต์เฉลิมฉลองมากขึ้น และเป็นส่วนสำคัญในคริสต์มาสและฤดูวันหยุด
วันที่พระเยซูประสูติจริง ๆ นั้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์คะเนไว้ระหว่าง 2 ปีก่อน ค.ศ. และ ค.ศ. 7 ไม่เป็นที่ทราบ ในช่วงต้นถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 4 โบสถ์คริสต์ตะวันตกกำหนดวันคริสต์มาสครั้งแรกไว้ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งวันที่ดังกล่าวศาสนาคริสต์ทางตะวันออกได้รับไปภายหลัง มีการพัฒนาทฤษฎีเพื่ออธิบายว่าทางเลือกนั้น รวมถึงเป็นวันเก้าเดือนพอดีหลังการเฉลิมฉลองนางมารีย์รับการประสูติของพระเยซูของคริสต์ศาสนิกชน หรือถูกเลือกให้ตรงกับวันเหมายันของโรมัน หรือเทศกาลฤดูหนาวเพเกินโบราณบางอย่าง
วันการเฉลิมฉลองของศาสนาคริสต์ตะวันออกแต่เดิม คือ วันที่ 6 มกราคม โดยเชื่อมโยงกับวันฉลองการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ (Epiphany) และในปัจจุบัน วันดังกล่าวยังคงเป็นวันเฉลิมฉลองสำหรับศาสนจักรอะโพสโตลิคอาร์เมเนียและในอาร์เมเนีย ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ จนถึง ค.ศ. 2011 ระหว่างปฏิทินเกรโกเรียนสมัยใหม่และปฏิทินจูเลียนที่เก่ากว่า มีวันที่ต่างกันอยู่ 13 วัน ผู้ที่ยังใช้ปฏิทินจูเลียนหรือเทียบเท่าต่อไปจึงเฉลิมฉลองวันที่ 25 ธันวาคมและ 6 มกราคมโดยประชากรโลกส่วนใหญ่ ในวันที่ 7 มกราคมและ 19 มกราคม ด้วยเหตุนี้ เอธิโอเปียรัสเซีย ยูเครนและมาเซโดเนียจึงเฉลิมฉลองคริสต์มาส ทั้งที่เป็นวันสมโภชของคริสต์ศาสนิกชนและที่เป็นวันหยุดราชการ ตามในปฏิทินเกรโกเรียนคือ วันที่ 7 มกราคม
ประเพณีการเฉลิมฉลองอันเป็นที่นิยมที่เหมือนกันในหลายประเทศมีการผสมผสานแนวคิดและกำเนิดก่อนคริสเตียน คริสเตียนและฆราวาส ประเพณีสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมในวันดังกล่าวมีการให้ของขวัญ เพลงคริสต์มาสและเพลงเทศกาล การแลกเปลี่ยนบัตรคริสต์มาส การตกแต่งโบสถ์ มื้อพิเศษ และการจัดแสดงการประดับตกแต่งหลายอย่าง รวมทั้งต้นคริสต์มาส แสงไฟ ฉากการประสูติของพระเยซู มาลัย พวงหรีด มิสเซิลโทและฮอลลี นอกเหนือจากนั้น บุคคลที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดและบ่อยครั้งแทนกันได้หลายคน เช่น ซานตาคลอส ฟาเธอร์คริสต์มาส นักบุญนิโคลัส และคริส คริงเกิล ตลอดจนชื่ออื่นทั้งหลาย เกี่ยวข้องกับการนำของขวัญไปให้แก่เด็กระหว่างเทศกาลคริสต์มาส และมีประเพณีและตำนานเป็นของตนเอง เพราะการให้ของขวัญและอีกหลายแง่มุมของเทศกาลคริสต์มาสที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งคริสต์ศาสนิกชนและผู้ที่มิใช่คริสต์ศาสนิกชน วันคริสต์มาสจึงเป็นเหตุการณ์สำคัญและช่วงลดราคาหลักสำหรับผู้ค้าปลีกและธุรกิจ ผลกระทบทางเศรษฐกิจของคริสต์มาสเป็นปัจจัยซึ่งเติบโตขึ้นคงที่ตลอดศตวรรษที่ผ่านมาในหลายภูมิภาคทั่วโลก

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แนะวิธีแก้เผ็ด...พริก




แนะวิธีแก้เผ็ด...พริก

ไม่ได้กำลังแนะนำให้คุณโต้ตอบใครที่เขาทำให้คุณเจ็บใจหรอกนะ แต่หมายถึงวิธีแก้ความเผ็ดเวลาที่คุณเผลอกินพริกเม็ดจิ๋ว แต่เผ็ดร้อนแรงยิ่งนักต่างหาก

ความเชื่อเก่า : ดื่มน้ำเย็นตามทันที เพื่อหวังดับความเผ็ดร้อนก่อนจะพ่นไฟเป็นมังกร

ผลที่ได้ : ไม่ได้ช่วยให้คุณหายเผ็ด แต่กลับกลายเป็นว่า การดื่มน้ำจะยิ่งไปกระจายความเผ็ดให้ทั่วปากมากขึ้นแทน

มาดูวิธีแก้เผ็ด (พริก) อย่างถูกวิธีกันดีกว่า

1. รับประทานข้าว ขนมปัง หรือจะดื่มนม จากนั้นค่อยอมลูกอมก็ได้เพราะความหวานในอาหาร เครื่องดื่ม หรือลูกอมเหล่านี้ จะช่วยดูดซับสารแคปไซซิน(Capsaicin) ที่เป็นตัวการให้เกิดความเผ็ดร้อน เมื่อลิ้นหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งไปสัมผัสเจ้าพริกเม็ดจิ๋วเข้า

2. ดื่มน้ำมะนาว หรือน้ำมะเขือเทศสด ๆ จะช่วยแก้เผ็ดได้ เพราะกรดจะไปทำปฏิกิริยากับสารดังกล่าว ซึ่งเป็นด่าง ทำให้ความเผ็ดแผลงอิทธิฤทธิ์น้อยลง

วิธี แก้ริมฝีปากดำ ปากแห้ง แตก

วิธีการแก้ไขได้ไม่ยากริมฝีปากคล้ำ




หาก สำรวจตัวเองจนได้คำตอบแล้วว่า ต้นตอของปัญหา ริมฝีปากดำคล้ำ แห้ง แตก และลอกเป็นขุย เกิดจากสาเหตุใด วิธีแก้ไขก็ไม่ใช้เรื่องยากเย็นอะไรเลย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ คือ

1. ดื่มน้ำมากๆ มากจนเพียงพอที่จะให้ความชุมชื้นถึงทุกส่วนของ ผิวหนัง รวมทั้งริมฝีปาก เพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้น เซลล์ในร่างกายจะเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง

2. เมื่อกินผักผลไม้เสร็จแล้ว ล้างปากให้สะอาดทุกครั้ง

3. เปลี่ยนยาสีฟันที่มีฟองมาก รสเผ็ดซ่า เป็นยี่ฮ้อที่มีฟองน้อยลง และเผ็ดน้อย หรือใช้ยาสีฟันเด็ก หรืออาจใช้วิธีทาวาสลินขาวเคลือบริมฝีปากก่อนแปรงฟัน เพื่อป้องกันฟองยาสีฟันรบกวนริมฝีปาก ถ้าไม่มีวาสลินขาวอาจใช้เบบี้ออยล์ (baby oil) แทนก็ได้

4. อย่าเลียริมฝีปากแม้ว่าจะช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้น (ชั่วคราว) แต่เมื่อความชื้นระเหยกลับ จะทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น

5. ทาริมฝีมากบ่อยๆ ด้วยวาสลินขาว แทนลิปกลอสหรือลิปมัน ที่แห้งหรือแข็งเกินไป หรืออาจใช้ลิปปาล์มที่มีสารจากธรรมชาติ และมีสารป้องกันแสงแดดอยู่ด้วย

ตั๋วรถเมล์ทายใจ

ทุกๆคน มีวิธีการเก็บตั๋วโดยสาร เก็บแบบไหนมาทายใจกันเลย


1. พับเป็นชิ้นเล็กๆ
2. พับเป็นนกตัวเล็กๆ
3. กำไว้ในมือ
4. เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์
5. ม้วนเป็นหลอดกลม
6. สอดไว้ในหนังสือ
7. เสียบไว้ตามเบาะรถ
8. เก็บไว้ที่แหวน หรือสายนาฬิกา



พับเป็นชิ้นเล็กๆ
ชีวิตของคุณช่างเรียบง่ายเสียเหลือเกิน ก็เพราะคุณไม่ค่อยอยากจะคิดอะไรให้มันมากมายนัก การได้ปลดปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ ถือเป็นความสุข เป็นคนมองโลกในแง่ดีและเกลียดคำว่าศัตรู แต่รักคำว่ามิตรภาพมากที่สุด

พับเป็นนก
โดยส่วนตัวแล้วคุณเปิดเผย แต่ก็มีบางครั้งที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองมากไปสักหน่อย ไม่ค่อยจะสนใจคนรอบข้างมากนัก บางครั้งไม่สนใจว่าสิ่งที่คุณกระทำจะกระทบกับใครบ้าง

กำไว้ในมือ
ความซื่อสัตย์คือหัวใจของคุณ คุณไม่ชอบก่อความเดือนร้อนให้ผู้อื่นและยังชอบทำอะไรด้วยตัวเองเสมอๆ อาศัยความเคยชินและความชำนาญเป็นที่ตั้ง ซึ่งบางสิ่งที่คุณทำก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าทำไม

เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์
คุณเป็นคนชอบเข้าสังคม มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากๆ เข้ากับคนง่าย ชอบทำอะไรเป็นระเบียบ ที่สำคัญคุณเป็นคนที่น่าคบมากทีเดียว เพราะความที่คุณชอบที่จะให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ อยู่เสมอ

ม้วนเป็นหลอดกลม
คุณเป็นคนมีจินตนาการสูงส่ง ช่างคิดช่างฝัน มีความโรแมนติกในเรื่องความรักมาก บางครั้งดูเหมือนจะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว แต่เพราะคำว่าการให้อภัยมันมีค่ามาก คุณจึงไม่เคยคิดจะทำอะไรให้ใครต้องเดือนร้อน

สอดไว้ในหนังสือ
เป็นคนใจร้อนและอารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยละเอียดรอบคอบ หลงเชื่อคนอื่นง่าย แบบนี้ต้องรีบเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนรอบข้างแล้วนะ ที่สำคัญเพื่อตัวคุณเอง

เสียบไว้ตามเบาะรถ
คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกใครๆ มักจะทำอะไรตามความรู้สึกของตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะคุณยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แต่ในส่วนลึกๆ แล้วคุณช่างเป็นคนขี้เหงามากๆ คุณอยากได้ความรัก ความสนใจจากคนรอบข้างมากๆ

เก็บไว้ที่แหวน หรือสายนาฬิกา
คุณสนใจเรื่องของคนอื่น เป็นคนที่เก็บความลับไม่อยู่ เพราะความที่คุณเป็นคนที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา แต่ข้อดีของคุณคือชอบช่วยเหลือคนอื่น ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะช่วยได้สำเร็จหรือไม่ก็ตาม

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีการสร้างสมาธิแบบเดิมๆ เช่น การนั่งสมาธิ การฟังเพลง น้องๆ อาจจะรู้อยู่แล้ว ดังนั้น เคล็ดลับของพี่มิ้นท์วันนี้ จึงเอาวิธีสร้างสมาธิด้วยสารพัดกลิ่นมาบอกต่อน้องๆ รับรองว่าเจ๋งจริงอะไรจริง สมาธิบรรเจิด แถมได้อยู่กับกลิ่นหอมๆ ด้วย โรแมนติกได้อีกอะ^^

ในทางตรงกันข้าม บางกลิ่นที่หอมๆ ก็ประโยชน์ต่อร่างกาย สรรพคุณของมัน จะช่วยสร้างสมาธิ ทำให้สมองผ่อนคลาย รู้สึกมีความสุข เจ้าสิ่งพวกนี้ คือ น้ำมันหอมระเหยนั่นเอง และพี่มิ้นท์ ก็กำลังจะพาน้องๆ มารู้จักกับ "กลิ่น" ที่มีพลังวิเศษ ช่วยให้ผ่อนคลาย อ่านหนังสือรู้เรื่องอย่างไม่รู้ตัว

"กลิ่น" ไหนบ้าง ที่มีประโยชน์

1) กลิ่นลาเวนเดอร์ ช่วยลดความเครียด ลดอาการปวดหัว ถ้าอ่านหนังสือแล้วรู้สึกมึนๆ ปวดหัว ก็ลองหากลิ่นนี้มาใช้ดู เพราะคุณสมบัติของกลิ่นนี้จะกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท สามารถลดความกังวลและความตื่นเต้นได้ จะรู้สึกสงบลง ถ้าจะออกไปรายงานหน้าห้อง ลองพกกลิ่นนี้ไว้ด้วยก็ได้นะ เผื่อจะหายตื่นเต้น ฮ่าๆ แต่อย่าเผลอเอายากันยุง กลิ่นลาเวนเดอร์มาจุดล่ะ อันนี้น่าจะมึนหัวกว่าเดิม





2) กลิ่นโรสแมรี่ ช่วยให้สดชื่น แจ่มใส แก้ง่วง ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนเลือดในสมองดีขึ้น เป็นประโยชน์โดยตรงสำหรับสมอง ที่จะทำให้รับรู้และจดจำแม่นขึ้น อยากสร้างสมาธิให้จำแม่นขึ้น ต้องลองหากินนี้มาใช้นะ
3) กลิ่นซีตรัส แบบอ่อนๆ เช่น กลิ่นมะนาว เลมอน หรือกลิ่นพวกเกรปฟรุตต่างๆ จะให้ความรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง เพราะลักษณะของกลิ่นจะให้ความรู้สึกสะอาด ๆ สร้างสมาธิได้ดีเหมือนกัน นอกจากนี้ยังคลายเครียดได้อีกด้วย
4) กลิ่นมินต์ (ไม่ใช่กลิ่นพี่มิ้นท์นะ อิอิ) ช่วยให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า อยากอ่านหนังสือ เพราะโมเลกุลของมินต์มีผลต่อการสื่อสารของเซลล์ประสาท จึงเพิ่มพลังสมองได้ และยังมีสรรพคุณคล้ายๆ โรสแมรี่ คือช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ด้วย
5) กลิ่นคาโมมายล์ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง แจ่มใส มีสมาธิ ลดความเครียดได้เหมือนกัน

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สุขภาพดีง่ายๆด้วยการกิน

การรักษาสุขภาพ และการเอาใจใส่เรื่องการบริโภค ไม่เพียงแต่ทำให้รูปร่างดีเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ทำให้คุณเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างง่ายดาย และยังทำให้คุณห่างไกลจากโรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน ทั้งนี้การป่วยด้วยโรคต่างๆ มีส่วนมาจากการเลือกรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หากมีการออกกำลังควบคู่ไปด้วยยิ่งส่งผลให้ทั้งสุขภาพและรูปร่างของ คุณดูดีอยู่เสมอ

นี่คือหลักการง่ายๆของการรับประทานอาหารเพื่อการมีสุขภาพที่ดี

พึงระวังโรคที่มากับความเค็ม
การ บริโภคเกลือมากเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการอาจทำก่อให้เกิดโรคหัวใจ รวมถึงภาวะอุดตันของเส้นเลือด ด้านองค์การอาหารแนะนำว่า ร่างกายต้องการปริมาณเกลือในแต่ละวันเพียง 6 กรัมเท่านั้น ดังนั้นจึงพึงระวังโรคร้ายที่แฝงมากับเกลือจากผลิตภัณฑ์ของอาหารในรูปแบบ ต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับเกลือมากเกินความต้องการ

ทั้งนี้ การชิมอาหารก่อนการเติมเครื่องปรุงเพิ่มนั้น อาจทำให้คุณไม่ปรารถนาที่จะเติมเกลือเพิ่มลงไป หรือไม่อย่างนั้นคุณอาจใช้เครื่องปรุงสมุนไพรให้มีรสชาติจัดจ้านแทน

ระวังโรคอ้วนจู่โจม
หาก คุณเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนมากเกินไป จากการเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีไขมันสูงนั้น อาจส่งผลให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้น มักพบในอาหารจำพวก พาย พาสทรีส์ บิสกิต ดังนั้นทางที่ดี จึงควรเลือกบริโภคอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันตับปลา ถั่ว หรือ อโวคาโด อาหารเหล่านี้ สามารถลดปริมาณไขมันในเส้นเลือดได้
การเลือกรับประทานอาหารช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้ดีได้
การ รับประทานผัก และ ผลไม้ ให้ติดจนเป็นนิสัยทุกวัน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากจะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณ 80 กรัมต่อวันนั้นยิ่งส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน อย่างเช่น ทานองุ่นวันละ 1 กำมือ พริกวันละครึ่งเม็ด หรือลูกพลัมขนาดกลางอีกวันละ 2 ผล ควรพยายามทานผัก ผลไม้ทุกวัน และทุกมื้อ

เริ่มจากแครอทและมันเทศ เต็ม ไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งนี้การเพิ่มรสชาติด้วยพริกไทยดำ หรือเนยอีกเพียงเล็กน้อย สามารถทานคู่กับไส้กรอก หรือเนื้อได้อร่อยอย่างน่ามหัศจรรย์

อโวคาโด ถึงแม้จะเป็นผลไม้ที่มีไขมันมากที่สุด แต่สามารถทานได้เป็นประจำทุกวัน เนื่องจากไขมันของอโวคาโด เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสามารถลดไขมันในเส้นเลือดได้ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินบี6 และแร่ธาตุ

ผักโขม นับเป็นแหล่งรวมวิตามินซี ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษาโรคต่างๆ ตั้งแต่โรคเหน็บชาไปจนถึงโรคเกี่ยวกับสมอง
นอก จากผักจะเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับอาหารแล้ว ผักยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเพิ่มรสชาติให้กับอาหารอีกด้วย ดังนั้น ในการรับประทานอาหารทุกมื้อ จึงไม่ควรมองข้มที่จะใส่ผักลงไปในอาหารทุกจาน ทั้งในอาหารจำพวกพาสต้า สตูว์ หรือแกงกะหรี่ เพิ่ม ถั่ว ข้าวโพดอ่อน หรือแครอท ลงในพาย เติมสัปปะรด พริกไทย ในพิซซ่า รวมถึงใส่เห็ดลงในลาซาญญ่า และคาเนลโลนี เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับอาหารและทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีโดยไม่รู้ตัวอีก ด้วย...

ที่มา hellomagazine.com