วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

อาหารที่ช่วยลด ความอยากอาหารได้

อาหารที่ช่วยลด ความอยากอาหารได้

ถ้าคุณรู้สึกว่า การควบคุมตัวเองไม่ให้หยิบช็อกโกแลต หรือคุกกี้รับประทานนั้นเป็นเรื่องแสนยาก รวมทั้งอาการอยากอาหารไม่หยุดหย่อน การรับประทานอาหารที่จะแนะนำนี้ รองท้องหรือระหว่างมื้อ จะช่วยลดความอยากอาหารได้มากขึ้นค่ะ

ถั่ว


แบบที่มีชื่อว่า Pine nute ช่วยระงับฮอรโมนความอยากอาหาร ที่ชื่อว่า Cholecystokinin (CKK) ดังนั้นจึงแนะนำว่า ให้โรยในสลัด พาสต้าโฮลวีท หรืออาหารที่รับประทานเข้าไป แต่ถ้าหาถั่วชนิดนี้ไม่ได้ ใช้ "อัลมอนด์" แทนได้ เพราะมีปฎิกิริยาขัดขวางการดูดซึงไขมันในร่างกาย ช่วยให้ลดน้ำหนักได้

อาหารร้อน


เช่น ซุป และน้ำชา ด้วยอุณหภูมิที่สูงทำให้ความอยากอาหารลดต่ำลง ดังนั้น ก่อนมื้อหนัก ควรรับประทานซุป หรือน้ำชา ถ้าได้จิบชาเขียวร้อน บอกกันว่า จะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญให้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

แอปเปิ้ล



มีไฟเบอร์มากกว่าพืช องุ่น และส้มเสียอีก ซึ่งไฟเบอร์ช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม ป้องกันการรับประทานมากจนเกินพอดี เพราะฉะนั้นจึงมีคำแนะนำให้รับประทานแอปเปิ้ลก่อนมื้อค่ำค่ะ

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

เทคนิคฝึกสำเนียงอังกฤษเลิศ



พูดคล่องลื่นไหล ออกเสียงสูงต่ำหนักเบาเหมาะสม เรียนรู้กันได้ เพียงหมั่นฝึกทักษะ 4 ข้อ

เริ่มจาก “ฟังบ่อย ฟังเยอะ ฟังหลากหลาย” เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เช่น เพลง ภาพยนตร์ ข่าว จะพบความแตกต่างของภาษา และเห็นการใช้รูปปากเพื่อออกเสียงคำต่างๆ โดยในช่วงแรก “เน้นฟังการออกเสียง สังเกตอารมณ์ความรู้สึกก่อน” ใช้เวลาประมาณวันละ 1-2 ชั่วโมง เพื่อสร้างความเคยชินกับภาษา และโครงสร้าง จากนั้น ซื้อหนังสือบทสนทนามาฝึกอ่าน แล้วออกเสียงตามซีดี

“พกดิกชันนารีติดตัว” ควรเลือกใช้แบบช่วยเสริมภาษา ที่แสดงการถอดเสียงคำอ่าน มีตัวอย่างการใช้คำ ประโยค/วลีค่อนข้างมาก พร้อมคำแปลภาษาไทย เพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจ และตีความอย่างถูกต้อง

สุดท้าย “ช่างสังเกต” จากคำศัพท์ที่รู้อยู่แล้ว หากเจ้าของภาษาออกเสียงต่างจากเรา สามารถจำมาฝึก แล้วแก้สำเนียงของคำนั้น ๆ ให้ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม การออกเสียงที่ถูกต้อง ใช้เสียงสูงต่ำเหมาะสม จะช่วยให้การพูดภาษาอังกฤษน่าฟัง และเข้าใจความหมายได้ชัดเจน ซึ่งทุกคนสามารถเก่งได้ เพียงหมั่นพัฒนาทักษะอย่างสม่ำเสมอ.

ทำไมเมืองไทยไม่มีหิมะตก



เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมประเทศไทยไม่มีหิมะ ทั้งๆ ที่ ญี่ปุ่น เกาหลี ที่อยู่ทวีปเอเชียด้วยกัน กลับมีหิมะตกในช่วงหน้าหนาว (เวียดนามก็เคยตกมาแล้ว!!) วันนี้พี่มิ้นท์จะมาคลายปมให้หายสงสัยกันไปเลย

ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กินพื้นที่ตั้งบริเวณเส้นศูนย์สูตรไปจนถึงบริเวณขั้วโลกเหนือ อยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 77 องศา 45 ลิปดาเหนือ ถึง 1 องศา 45 ลิปดาเหนือ และเส้นลองติจูดที่ 169 องศา 40 ลิปดาตะวันตก ถึง 26 องศา 4 ลิปดาตะวันออก โดยปกติเส้นละติจูดจะทำให้เรารู้สภาพอากาศของต่ำแหน่งประเทศนั้นๆ โดยตำแหน่งที่ตั้งที่มีค่าละติจูดต่ำ ก็จะมีอุณหภูมิสูงกว่าต่ำแหน่งพื้นที่ที่อยู่ละติจูดสูงกว่า เพราะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่านั่นเอง ด้วยความกว้างขวางขนาดนี้ ทวีปเอเชียจึงมีความหลากหลายทางสภาพภูมิอากาศ เรียกว่ามีตั้งแต่ร้อนแห้งแล้งแบบทะเลทราย ไปจนถึงหนาวแบบขั้วโลก เลย



ยังจำได้ตอนเรียนวิชาภูมิศาสตร์ จะรู้ว่าประเทศไทยตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูด 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ ถึง 20 องศา 25 ลิปดาเหนือ เรียกว่า อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นมาเพียงนิดเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเขตร้อนชื้น โดยรวมอากาศมาตรฐานของไทยก็จะอบอ้าว สลับกันระหว่างร้อนกับฝนตก ถ้าร้อนก็จะร้อนตับแตก ถ้าฝนก็มีมรสุมหลายชนิด ถ้าหน้าหนาว ก็ให้ได้รู้สึกเย็นบ้างพอเป็นพิธี ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยภาคเหนือจะหนาวที่สุด ส่วนภาคใต้จะไม่ค่อยหนาว เน้นฝนตกอย่างเดียว หลังจากนั้นก็กลับมาใช้ชีวิตแบบร้อนๆ ตามเดิม

ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบนี้ก็พอจะอธิบายได้ว่า เมืองไทยยังหนาวไม่พอที่หิมะจะตกลงมาได้ เพราะหิมะจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่ออยู่ในชั้นบรรยากาศที่อุณหภูมิต่ำประมาณ 0 องศา หรือถ้ามีฝนตกร่วมด้วยก็อาจจะไม่ต้องถึง 0 องศา เพราะบรรยากาศมีความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม

ถ้าจะอธิบายง่ายๆ หิมะ ก็คือ การรวมตัวของละอองน้ำในบรรยากาศ ที่ควบแน่นและตกลงมา ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆ ฝนค่ะ แต่จะแตกต่างตรงที่เมื่อละอองน้ำเจออากาศเย็นและมีความชื้นที่พอเหมาะ ก็เลยตกลงมาในรูปของผลึกน้ำแข็งนั่นเอง

ดังนั้นพื้นที่ที่จะเกิดหิมะได้ ก็จะต้องอยู่ใต้เส้น Tropic of capricron ในซีกโลกใต้ หรือ อยู่เหนือเส้น Tropic of cancer ขึ้นไปในซีกโลกเหนือ ซึ่งประเทศจีน รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น อยู่เลยเส้นนี้ จึงมีหิมะตกได้ ส่วนประเทศไทยของเราล่ะ อยู่ตรงโซน Equator ซึ่งใกล้เส้นศูนย์สูตรพอดี๊พอดี ก็เลยไม่มีหิมะจ้า (ดูรูปประกอบด้านบน)

จริงหรือไม่ ?? หน้าหนาว ช่วยให้ผอมได้


ปัญหาเรื่องความอ้วน จะรู้สึก และเครียดมากขึ้น ก็ต่อเมื่อจะมีเจ้าก้อนเนื้อมาสิงอยู่รอบเอว รอบต้นขา จนมันแน่นและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แถมยังไม่ยอมไปง่ายๆ หลายคนเลือกกำจัดความอ้วนด้วยวิธีกินยาลดความอ้วนบ้าง ออกกำลังกายแบบหักโหมบ้าง หรือการเข้าซาวน์น่า ใช้ความร้อนลดไขมันบ้าง เพื่อให้ผอมเร็วๆ แต่รู้มั้ยว่า จริงๆ แล้ว ความเย็นก็ช่วยลดความอ้วนได้เหมือนกัน ยิ่งหน้าหนาวแบบนี้ พี่มิ้นท์ว่ายิ่งเข้าทางเลย


ปกติร่างกายมนุษย์มีเซลล์ไขมันอยู่ 2 ชนิด คือ เซลล์ไขมันชนิดสีขาว มีหน้าที่เก็บพลังงานไว้ให้ร่างกายใช้ และรอคำสั่งให้ปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ ดังนั้นถ้ามันถูกสะสมไว้ไม่มีวันถูกเผาผลาญ ก็จะกลายเป็นไขมันส่วนเกินที่ทำให้เราอ้วนนั่นเอง ไขมันชนิดนี้เจอได้ทั่วไป เพราะมันอยู่ใต้ผิวหนัง และรอบอวัยวะต่างๆ ทั้งรอบๆ ขา หรือช่องท้อง เป็นต้น


ส่วนเซลล์ไขมันอีกชนิดหนึ่ง คือ เซลล์ไขมันสีน้ำตาล มีหน้าที่ต่างจากเซลล์ไขมันสีขาว คือ จะคอยเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานความร้อน และช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นเวลาอากาศหนาว น้องๆ เคยสังเกตมั้ย คนอ้วนมักจะไม่ค่อยหนาวเพราะประการฉะนี้นี่เอง ส่วนคนผอม ก็ได้แต่นั่งสั่น ปากสั่น มือสั่นกันไป


ภาพเซลล์ไขมัน


เซลล์ไขมันสีน้ำตาลนี้พบครั้งแรกในวัยทารก แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า มันจะลดลงตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่สัมผัสได้ต่อมา ก็คือ ความล้น และรูปร่างของร่างกายที่ขยายใหญ่ขึ้น ตามพลังงาน
ที่ถูกสะสมไว้
ศาสตราจารย์อเล็กซานเดอร์ ไฟเฟอร์ แห่งมหาวิทยาลัยบอนน์ ได้อธิบายว่าไขมันสีน้ำตาลเพียง 50 กรัม สามารถกำจัดไขมันสีขาวได้ถึงปีละ 5 กิโลกรัม แต่ว่าไขมันสีน้ำตาลจะต้องได้รับการกระตุ้นให้ทำงานก่อน นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามหาวิธีแปลงไขมันสีขาวให้เป็นพลังงานสีน้ำตาล ซึ่งน่าจะเป็นทางนึงที่แก้ปัญหาโรคอ้วนได้
วาวเทอร์ ฟอน มาร์เคน ลิกเตนเบลต์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมาสตริกท์ เชื่อว่า ความเย็นนี่แหละที่เป็นตัวกระตุ้นไขมันสีน้ำตาลตามธรรมชาติ แถมยังได้ทำการทดลองที่น่าสนใจไว้อีกด้วย


ภาพสแกน แสดงไขมันสีน้ำตาล (แสดงด้วยสีดำ) ของผู้ชายที่อยู่ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็น (ขวา) และชายที่อยู่ที่อุณหภูมิห้อง (ซ้าย)


จากการทดลอง เขาได้ให้ชายที่มีน้ำหนักเกิน กับ ชายที่มีน้ำหนักปกติ เข้าไปอยู่ในห้องอุณหภูมิ 16 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ผลการทดลองที่ออกมาก็คือ ชายที่มีน้ำหนักปกติจะพบว่าเซลล์ไขมันสีน้ำตาลทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิม สำหรับชายที่มีน้ำหนักเกิน ก็พบว่าอากาศเย็น สามารถกระตุ้นการทำงานของไขมันสีน้ำตาลได้เหมือนกัน เพราะว่าไขมันสีน้ำตาลจะช่วยเผาผลาญไขมันเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ต่ำลง แต่พอกลับมาอยู่ในอุณหภูมิห้อง พบว่าไขมันสีน้ำตาลนั้นไม่ทำงาน ดังนั้นอาจจะพอพูดได้ว่า ความเย็นสามารถแก้ปัญหาโรคอ้วนได้ด้วยการกระตุ้นให้เซลล์ไขมันสีน้ำตาลทำงาน


ใครที่คิดจะควบคุมน้ำหนัก ก็คงได้วิธีใหม่ๆ โดยใช้แนวคิดที่ว่า ไขมันก็สามารถกำจัดไขมันได้ คือ การแปลงไขมันสีขาวให้เป็นไขมันสีน้ำตาล เพราะ เซลล์ไขมันสีน้ำตาลมีสรรพคุณอันยอดเยี่ยม ถ้าได้รับการกระตุ้นที่ดี ก็จะกลายเป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ไม่จำเป็นต้องไปอดอาหารให้ร่างกายอ่อนแอลงอีก ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงอากาศเย็นได้ที่เลย ใครที่คิดจะลดน้ำหนักก็ลองหันมาใช้ชีวิตท่ามกลางความเย็นให้คุ้มหน่อย ถ้ายังมัวแต่นอน(เพราะมันสบาย) ต่อไป นอกจากน้ำหนักจะไม่ลดแล้ว อาจจะทำให้อ้วนมากขึ้นกว่าเดิม

แสงไฟแบบไหนเหมาะใช้อ่านหนังสือ?

แสงไฟแบบไหนเหมาะใช้อ่านหนังสือ?

เช็ค “แสงไฟ” ในห้องอ่านหนังสือ เลือกใช้ถูกหลักหรือไม่ พร้อมวิธีแก้ไขควรปฏิบัติ ช่วยถนอม “สายตา” บอกลา “อาการตาเพลีย”



หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลังอ่านหนังสือ มักปวดรอบ ๆ ตา และหน้าผาก ตาพร่ามัว ตาลายเป็นพัก ๆ เคือง แสบ หรือ มีน้ำตาไหลร่วมด้วย นั่นเป็นสัญญาณของอาการ “ตาเพลีย” ซึ่งมักเกิดจากการใช้สายตาขณะแหล่งแสงไม่เพียงพอ ดังนั้น เพื่อดวงตาคู่สวยทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพไปนาน ๆ การเลือกใช้แสงไฟอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น

สำหรับ “แสงจากธรรมชาติ” ควรเลี่ยงแสงสว่างจ้า เพราะจะทำให้สายตาอ่อนล้า หากมืดเกินไปก็เป็นปัจจัยทำสายตาสั้นได้เช่นกัน จึงควรหาโคมไฟติดไว้ เพื่อช่วยปรับแสงให้พอดีกับสภาพแวดล้อมแต่ละวัน



หากเป็น “แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะ” ควรใช้หลอดที่มีแสงสีนวล เลี่ยงแสงสีขาว หรือ เหลืองเกินไป เพราะจะทำให้แสงแยงตา ทั้งนี้ เพื่อการมองตัวหนังสือได้แจ่มชัด แสงที่ตกสะท้อนจากกระดาษไม่ตกเข้าตา ควรจัดวางตำแหน่งโคมไฟให้แสงเข้าด้านข้างซ้ายมือจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ช่วยให้อ่านได้สบายตา และนานขึ้น ทั้งยัง เป็นการลบเงาที่จะเกิดขึ้นด้วย

นอกจากนั้น ควรเลี่ยงอ่านหนังสือในบริเวณที่เป็น “แสงไฟกระพริบ” เพราะจะส่งผลให้ประสาทตาเสียเร็ว เนื่องจากถูกกระตุ้นตามจังหวะกระพริบของแสงนั่นเอง.

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทายใจจากของขวัญ

เครื่องสำอาง-น้ำหอม (สัญลักษณ์ของเสน่ห์และความปรารถนาดี)
เป็นคนที่มีรสนิยมดี มีเสน่ห์ มักชอบสร้างความประทับใจให้ผู้อื่น เข้ากับคนได้ง่าย รักสวยรักงาม ค่อนข้างสำอาง มีความหยิ่งทรนงในตนเอง ไม่ใช่คนเรียบง่ายและมักเป็นห่วงภาพลักษณ์ของตนเองเสมอ

เครื่องประดับ (ความหรูและความสำเร็จ)
ต่างหู แหวน กำไล สร้อยข้อมือ สร้อยข้อเท้า หรือจี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชนิดใด แสดงว่าเป็นคนช่างสังเกต ช่างเลือก ช่างคิด ให้ความสนใจในการวางตัวและการสร้างภาพพจน์เป็นคนที่มีรสนิยม รักสวยรักงาม ชอบความโดดเด่น




อัลบั้มภาพ (ความทรงจำ)
เป็นคนที่ใส่ใจความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้อื่นเสมอ มีความละเอียดอ่อน แต่ไม่ใช่คนเจ้าระเบียบ เป็นคนละเอียดรอบคอบ เป็นคนให้ความใส่ใจกับคนอื่น มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มักคำนึงถึงสิ่งดีๆ เป็นประโยชน์มากกว่าเรื่องไร้สาระ

เสื้อผ้า (ภาพลักษณ์)
เป็นคนมีความค่อนข้างนับถือตนเอง ชอบคิดชอบวางแผน ช่างสังเกต เป็นคนมีน้ำใจ เหมือนเป็นคนเรียบง่าย เป็นคนห่วงในเรื่องศักดิ์ศรี ชื่อเสียง




ถ้วยกาแฟ-ถ้วยชา (มิตรภาพ)
เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย ชอบความอบอุ่นความผูกพัน ถึงจะไม่ใช่คนละเอียดลึกซึ้ง แต่ก็ชอบคิดชอบฝัน รักอิสระ รักเพื่อน ชอบความเรียบง่ายมากกว่าอะไรที่เป็นทางการ หรือหลายขั้นตอน

กรอบรูป (คิดถึงและความทรงจำ)
เป็นคนที่ชอบจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านไป ค่อนข้างจะมีไอเดียแปลกๆ ใหม่ๆ ชอบงานศิลปะ ชอบตกแต่ง มีอารมณ์หัวแข็งบ้างบางครั้ง แต่ก็รู้จักใส่ใจคนอื่น เป็นคนอ่อนไหวแต่ไม่ใช่คนอ่อนแอ

8 สิ่งที่ "ควรทำ" ต้อนรับปีใหม่




ขอพรจากผู้ใหญ่ :: ในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ ควรที่จะชวนครอบครัวไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่อย่างคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย และผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือนะจ๊ะ เพราะนอกจากจะได้ไปเยี่ยมเยือนพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขแล้ว ยังจะได้เป็นการขอพรปีใหม่จากพวกท่านด้วย

จัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ :: นัดแนะครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงให้พร้อม เพราะปีใหม่ปีนี้ เราจะจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์กันจ้ะ ออกแรงคนละไม้คนมือช่วยกันตกแต่งสถานที่ ทำอาหาร และอาจจะเพิ่มการจับฉลากของขวัญ หรือเกมสนุกๆ เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานปาร์ตี้

จัดทริปไปเที่ยว :: ได้หยุดพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวทั้งที่ ก็ควรจัดทริปออกไปเที่ยวพักผ่อน เพื่อเป็นการชาร์ตพลังงานให้พร้อมเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีมะโรงนี้ โดยสถานที่จะไปนั้นก็เลือกเอาตามความชอบเลยจ้ะ จะขึ้นเหนือไปสัมผัสผัสลมหนาว หรือลงใต้ไปดำน้ำชมปะการังก็ได้ ขอเพียงทริปนี้ยกครอบครัวไปให้ครบทุกคนก็พอแล้วจ้ะ

ทำบุญเสริมสิริมงคล :: ถ้าคิดไม่ออกว่าปีใหม่ปีนี้จะไปไหนล่ะก็ เข้าวัดทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา หรือจะเข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีก็ยิ่งดีจ้ะ ซึ่งในปัจจุบันมีวัดอยู่หลายแห่งที่จัดกิจกรรมนี้ เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคล และเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีมะโรงที่จะมาถึงนี้





จัดห้องให้สวยปิ้ง :: หลังจากที่ปล่อยให้ห้องนอนแสนรักกลายเป็นห้องที่แสนรกเหมือนรังหนูมาตลอดทั้งปี ตอนนี้ก็ถึงเวลาจัดห้อง ทำความสะอาด เคลียร์ข้าวของที่ไม่จำเป็นสักที เพื่อเป็นการฟื้นคืนห้องนอนให้กลับมาน่านอนเหมือนเดิม โดยสิ่งของที่ไม่จำเป็น อาจจะนำไปบริจาคให้กับองค์กรต่างๆ ก็ได้จ้ะ

ลืมเรื่องเก่าไปให้หมด :: ถ้าในปีเถาะ เจอเรื่องแย่ๆ มามากมาย ตอนนี้ก๊ถึงเวลา Delete เรื่องเหล่านั้นแล้วจ้ะ เพื่อที่ปีมะโรงที่จะมาถึง เราจะได้เตรียมรับแต่สิ่งดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต

ส่งส.ค.ส.แทนความห่วงใย :: ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้มันช่างเหมาะที่จะส่งความคิดถึง ความห่วงใย ไปถึงคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง ดังนั้นปีใหม่ปีนี้ อย่าลืมส่งส.ค.ส. นะจ๊ะ และถ้าใครชื่นชอบเรื่องการประดิดประดอยก็ใช้โอกาสนี้แสดงฝีมือให้คนอื่นได้เห็นเลยจ้ะ

ตั้งเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ :: ปีใหม่ก็ต้องเริ่มต้นสิ่งดีๆ ใช่ไหม มาตั้งเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จในปีมะโรงนี้กันจ้ะ โดยเป้าหมายอาจจะเป็นทำเกรดเฉลี่ยสะสมให้ไม่ต่ำกว่า 3.40 หรือถ้าได้เหรียญ 10 มาก็จะหยอดใส่กระปุก เป็นต้น

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

อาหารที่ช่วยลด ความอยากอาหารได้

อาหารที่ช่วยลด ความอยากอาหารได้

ถ้าคุณรู้สึกว่า การควบคุมตัวเองไม่ให้หยิบช็อกโกแลต หรือคุกกี้รับประทานนั้นเป็นเรื่องแสนยาก รวมทั้งอาการอยากอาหารไม่หยุดหย่อน การรับประทานอาหารที่จะแนะนำนี้ รองท้องหรือระหว่างมื้อ จะช่วยลดความอยากอาหารได้มากขึ้นค่ะ

ถั่ว


แบบที่มีชื่อว่า Pine nute ช่วยระงับฮอรโมนความอยากอาหาร ที่ชื่อว่า Cholecystokinin (CKK) ดังนั้นจึงแนะนำว่า ให้โรยในสลัด พาสต้าโฮลวีท หรืออาหารที่รับประทานเข้าไป แต่ถ้าหาถั่วชนิดนี้ไม่ได้ ใช้ "อัลมอนด์" แทนได้ เพราะมีปฎิกิริยาขัดขวางการดูดซึงไขมันในร่างกาย ช่วยให้ลดน้ำหนักได้

อาหารร้อน


เช่น ซุป และน้ำชา ด้วยอุณหภูมิที่สูงทำให้ความอยากอาหารลดต่ำลง ดังนั้น ก่อนมื้อหนัก ควรรับประทานซุป หรือน้ำชา ถ้าได้จิบชาเขียวร้อน บอกกันว่า จะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญให้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

แอปเปิ้ล



มีไฟเบอร์มากกว่าพืช องุ่น และส้มเสียอีก ซึ่งไฟเบอร์ช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม ป้องกันการรับประทานมากจนเกินพอดี เพราะฉะนั้นจึงมีคำแนะนำให้รับประทานแอปเปิ้ลก่อนมื้อค่ำค่ะ

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

เทคนิคฝึกสำเนียงอังกฤษเลิศ



พูดคล่องลื่นไหล ออกเสียงสูงต่ำหนักเบาเหมาะสม เรียนรู้กันได้ เพียงหมั่นฝึกทักษะ 4 ข้อ

เริ่มจาก “ฟังบ่อย ฟังเยอะ ฟังหลากหลาย” เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เช่น เพลง ภาพยนตร์ ข่าว จะพบความแตกต่างของภาษา และเห็นการใช้รูปปากเพื่อออกเสียงคำต่างๆ โดยในช่วงแรก “เน้นฟังการออกเสียง สังเกตอารมณ์ความรู้สึกก่อน” ใช้เวลาประมาณวันละ 1-2 ชั่วโมง เพื่อสร้างความเคยชินกับภาษา และโครงสร้าง จากนั้น ซื้อหนังสือบทสนทนามาฝึกอ่าน แล้วออกเสียงตามซีดี

“พกดิกชันนารีติดตัว” ควรเลือกใช้แบบช่วยเสริมภาษา ที่แสดงการถอดเสียงคำอ่าน มีตัวอย่างการใช้คำ ประโยค/วลีค่อนข้างมาก พร้อมคำแปลภาษาไทย เพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจ และตีความอย่างถูกต้อง

สุดท้าย “ช่างสังเกต” จากคำศัพท์ที่รู้อยู่แล้ว หากเจ้าของภาษาออกเสียงต่างจากเรา สามารถจำมาฝึก แล้วแก้สำเนียงของคำนั้น ๆ ให้ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม การออกเสียงที่ถูกต้อง ใช้เสียงสูงต่ำเหมาะสม จะช่วยให้การพูดภาษาอังกฤษน่าฟัง และเข้าใจความหมายได้ชัดเจน ซึ่งทุกคนสามารถเก่งได้ เพียงหมั่นพัฒนาทักษะอย่างสม่ำเสมอ.

ทำไมเมืองไทยไม่มีหิมะตก



เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมประเทศไทยไม่มีหิมะ ทั้งๆ ที่ ญี่ปุ่น เกาหลี ที่อยู่ทวีปเอเชียด้วยกัน กลับมีหิมะตกในช่วงหน้าหนาว (เวียดนามก็เคยตกมาแล้ว!!) วันนี้พี่มิ้นท์จะมาคลายปมให้หายสงสัยกันไปเลย

ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กินพื้นที่ตั้งบริเวณเส้นศูนย์สูตรไปจนถึงบริเวณขั้วโลกเหนือ อยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 77 องศา 45 ลิปดาเหนือ ถึง 1 องศา 45 ลิปดาเหนือ และเส้นลองติจูดที่ 169 องศา 40 ลิปดาตะวันตก ถึง 26 องศา 4 ลิปดาตะวันออก โดยปกติเส้นละติจูดจะทำให้เรารู้สภาพอากาศของต่ำแหน่งประเทศนั้นๆ โดยตำแหน่งที่ตั้งที่มีค่าละติจูดต่ำ ก็จะมีอุณหภูมิสูงกว่าต่ำแหน่งพื้นที่ที่อยู่ละติจูดสูงกว่า เพราะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่านั่นเอง ด้วยความกว้างขวางขนาดนี้ ทวีปเอเชียจึงมีความหลากหลายทางสภาพภูมิอากาศ เรียกว่ามีตั้งแต่ร้อนแห้งแล้งแบบทะเลทราย ไปจนถึงหนาวแบบขั้วโลก เลย



ยังจำได้ตอนเรียนวิชาภูมิศาสตร์ จะรู้ว่าประเทศไทยตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูด 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ ถึง 20 องศา 25 ลิปดาเหนือ เรียกว่า อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นมาเพียงนิดเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเขตร้อนชื้น โดยรวมอากาศมาตรฐานของไทยก็จะอบอ้าว สลับกันระหว่างร้อนกับฝนตก ถ้าร้อนก็จะร้อนตับแตก ถ้าฝนก็มีมรสุมหลายชนิด ถ้าหน้าหนาว ก็ให้ได้รู้สึกเย็นบ้างพอเป็นพิธี ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยภาคเหนือจะหนาวที่สุด ส่วนภาคใต้จะไม่ค่อยหนาว เน้นฝนตกอย่างเดียว หลังจากนั้นก็กลับมาใช้ชีวิตแบบร้อนๆ ตามเดิม

ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบนี้ก็พอจะอธิบายได้ว่า เมืองไทยยังหนาวไม่พอที่หิมะจะตกลงมาได้ เพราะหิมะจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่ออยู่ในชั้นบรรยากาศที่อุณหภูมิต่ำประมาณ 0 องศา หรือถ้ามีฝนตกร่วมด้วยก็อาจจะไม่ต้องถึง 0 องศา เพราะบรรยากาศมีความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม

ถ้าจะอธิบายง่ายๆ หิมะ ก็คือ การรวมตัวของละอองน้ำในบรรยากาศ ที่ควบแน่นและตกลงมา ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆ ฝนค่ะ แต่จะแตกต่างตรงที่เมื่อละอองน้ำเจออากาศเย็นและมีความชื้นที่พอเหมาะ ก็เลยตกลงมาในรูปของผลึกน้ำแข็งนั่นเอง

ดังนั้นพื้นที่ที่จะเกิดหิมะได้ ก็จะต้องอยู่ใต้เส้น Tropic of capricron ในซีกโลกใต้ หรือ อยู่เหนือเส้น Tropic of cancer ขึ้นไปในซีกโลกเหนือ ซึ่งประเทศจีน รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น อยู่เลยเส้นนี้ จึงมีหิมะตกได้ ส่วนประเทศไทยของเราล่ะ อยู่ตรงโซน Equator ซึ่งใกล้เส้นศูนย์สูตรพอดี๊พอดี ก็เลยไม่มีหิมะจ้า (ดูรูปประกอบด้านบน)

จริงหรือไม่ ?? หน้าหนาว ช่วยให้ผอมได้


ปัญหาเรื่องความอ้วน จะรู้สึก และเครียดมากขึ้น ก็ต่อเมื่อจะมีเจ้าก้อนเนื้อมาสิงอยู่รอบเอว รอบต้นขา จนมันแน่นและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แถมยังไม่ยอมไปง่ายๆ หลายคนเลือกกำจัดความอ้วนด้วยวิธีกินยาลดความอ้วนบ้าง ออกกำลังกายแบบหักโหมบ้าง หรือการเข้าซาวน์น่า ใช้ความร้อนลดไขมันบ้าง เพื่อให้ผอมเร็วๆ แต่รู้มั้ยว่า จริงๆ แล้ว ความเย็นก็ช่วยลดความอ้วนได้เหมือนกัน ยิ่งหน้าหนาวแบบนี้ พี่มิ้นท์ว่ายิ่งเข้าทางเลย


ปกติร่างกายมนุษย์มีเซลล์ไขมันอยู่ 2 ชนิด คือ เซลล์ไขมันชนิดสีขาว มีหน้าที่เก็บพลังงานไว้ให้ร่างกายใช้ และรอคำสั่งให้ปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ ดังนั้นถ้ามันถูกสะสมไว้ไม่มีวันถูกเผาผลาญ ก็จะกลายเป็นไขมันส่วนเกินที่ทำให้เราอ้วนนั่นเอง ไขมันชนิดนี้เจอได้ทั่วไป เพราะมันอยู่ใต้ผิวหนัง และรอบอวัยวะต่างๆ ทั้งรอบๆ ขา หรือช่องท้อง เป็นต้น


ส่วนเซลล์ไขมันอีกชนิดหนึ่ง คือ เซลล์ไขมันสีน้ำตาล มีหน้าที่ต่างจากเซลล์ไขมันสีขาว คือ จะคอยเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานความร้อน และช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นเวลาอากาศหนาว น้องๆ เคยสังเกตมั้ย คนอ้วนมักจะไม่ค่อยหนาวเพราะประการฉะนี้นี่เอง ส่วนคนผอม ก็ได้แต่นั่งสั่น ปากสั่น มือสั่นกันไป


ภาพเซลล์ไขมัน


เซลล์ไขมันสีน้ำตาลนี้พบครั้งแรกในวัยทารก แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า มันจะลดลงตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่สัมผัสได้ต่อมา ก็คือ ความล้น และรูปร่างของร่างกายที่ขยายใหญ่ขึ้น ตามพลังงาน
ที่ถูกสะสมไว้
ศาสตราจารย์อเล็กซานเดอร์ ไฟเฟอร์ แห่งมหาวิทยาลัยบอนน์ ได้อธิบายว่าไขมันสีน้ำตาลเพียง 50 กรัม สามารถกำจัดไขมันสีขาวได้ถึงปีละ 5 กิโลกรัม แต่ว่าไขมันสีน้ำตาลจะต้องได้รับการกระตุ้นให้ทำงานก่อน นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามหาวิธีแปลงไขมันสีขาวให้เป็นพลังงานสีน้ำตาล ซึ่งน่าจะเป็นทางนึงที่แก้ปัญหาโรคอ้วนได้
วาวเทอร์ ฟอน มาร์เคน ลิกเตนเบลต์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมาสตริกท์ เชื่อว่า ความเย็นนี่แหละที่เป็นตัวกระตุ้นไขมันสีน้ำตาลตามธรรมชาติ แถมยังได้ทำการทดลองที่น่าสนใจไว้อีกด้วย


ภาพสแกน แสดงไขมันสีน้ำตาล (แสดงด้วยสีดำ) ของผู้ชายที่อยู่ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็น (ขวา) และชายที่อยู่ที่อุณหภูมิห้อง (ซ้าย)


จากการทดลอง เขาได้ให้ชายที่มีน้ำหนักเกิน กับ ชายที่มีน้ำหนักปกติ เข้าไปอยู่ในห้องอุณหภูมิ 16 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ผลการทดลองที่ออกมาก็คือ ชายที่มีน้ำหนักปกติจะพบว่าเซลล์ไขมันสีน้ำตาลทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิม สำหรับชายที่มีน้ำหนักเกิน ก็พบว่าอากาศเย็น สามารถกระตุ้นการทำงานของไขมันสีน้ำตาลได้เหมือนกัน เพราะว่าไขมันสีน้ำตาลจะช่วยเผาผลาญไขมันเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ต่ำลง แต่พอกลับมาอยู่ในอุณหภูมิห้อง พบว่าไขมันสีน้ำตาลนั้นไม่ทำงาน ดังนั้นอาจจะพอพูดได้ว่า ความเย็นสามารถแก้ปัญหาโรคอ้วนได้ด้วยการกระตุ้นให้เซลล์ไขมันสีน้ำตาลทำงาน


ใครที่คิดจะควบคุมน้ำหนัก ก็คงได้วิธีใหม่ๆ โดยใช้แนวคิดที่ว่า ไขมันก็สามารถกำจัดไขมันได้ คือ การแปลงไขมันสีขาวให้เป็นไขมันสีน้ำตาล เพราะ เซลล์ไขมันสีน้ำตาลมีสรรพคุณอันยอดเยี่ยม ถ้าได้รับการกระตุ้นที่ดี ก็จะกลายเป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ไม่จำเป็นต้องไปอดอาหารให้ร่างกายอ่อนแอลงอีก ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงอากาศเย็นได้ที่เลย ใครที่คิดจะลดน้ำหนักก็ลองหันมาใช้ชีวิตท่ามกลางความเย็นให้คุ้มหน่อย ถ้ายังมัวแต่นอน(เพราะมันสบาย) ต่อไป นอกจากน้ำหนักจะไม่ลดแล้ว อาจจะทำให้อ้วนมากขึ้นกว่าเดิม

แสงไฟแบบไหนเหมาะใช้อ่านหนังสือ?

แสงไฟแบบไหนเหมาะใช้อ่านหนังสือ?

เช็ค “แสงไฟ” ในห้องอ่านหนังสือ เลือกใช้ถูกหลักหรือไม่ พร้อมวิธีแก้ไขควรปฏิบัติ ช่วยถนอม “สายตา” บอกลา “อาการตาเพลีย”



หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลังอ่านหนังสือ มักปวดรอบ ๆ ตา และหน้าผาก ตาพร่ามัว ตาลายเป็นพัก ๆ เคือง แสบ หรือ มีน้ำตาไหลร่วมด้วย นั่นเป็นสัญญาณของอาการ “ตาเพลีย” ซึ่งมักเกิดจากการใช้สายตาขณะแหล่งแสงไม่เพียงพอ ดังนั้น เพื่อดวงตาคู่สวยทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพไปนาน ๆ การเลือกใช้แสงไฟอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น

สำหรับ “แสงจากธรรมชาติ” ควรเลี่ยงแสงสว่างจ้า เพราะจะทำให้สายตาอ่อนล้า หากมืดเกินไปก็เป็นปัจจัยทำสายตาสั้นได้เช่นกัน จึงควรหาโคมไฟติดไว้ เพื่อช่วยปรับแสงให้พอดีกับสภาพแวดล้อมแต่ละวัน



หากเป็น “แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะ” ควรใช้หลอดที่มีแสงสีนวล เลี่ยงแสงสีขาว หรือ เหลืองเกินไป เพราะจะทำให้แสงแยงตา ทั้งนี้ เพื่อการมองตัวหนังสือได้แจ่มชัด แสงที่ตกสะท้อนจากกระดาษไม่ตกเข้าตา ควรจัดวางตำแหน่งโคมไฟให้แสงเข้าด้านข้างซ้ายมือจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ช่วยให้อ่านได้สบายตา และนานขึ้น ทั้งยัง เป็นการลบเงาที่จะเกิดขึ้นด้วย

นอกจากนั้น ควรเลี่ยงอ่านหนังสือในบริเวณที่เป็น “แสงไฟกระพริบ” เพราะจะส่งผลให้ประสาทตาเสียเร็ว เนื่องจากถูกกระตุ้นตามจังหวะกระพริบของแสงนั่นเอง.

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทายใจจากของขวัญ

เครื่องสำอาง-น้ำหอม (สัญลักษณ์ของเสน่ห์และความปรารถนาดี)
เป็นคนที่มีรสนิยมดี มีเสน่ห์ มักชอบสร้างความประทับใจให้ผู้อื่น เข้ากับคนได้ง่าย รักสวยรักงาม ค่อนข้างสำอาง มีความหยิ่งทรนงในตนเอง ไม่ใช่คนเรียบง่ายและมักเป็นห่วงภาพลักษณ์ของตนเองเสมอ

เครื่องประดับ (ความหรูและความสำเร็จ)
ต่างหู แหวน กำไล สร้อยข้อมือ สร้อยข้อเท้า หรือจี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชนิดใด แสดงว่าเป็นคนช่างสังเกต ช่างเลือก ช่างคิด ให้ความสนใจในการวางตัวและการสร้างภาพพจน์เป็นคนที่มีรสนิยม รักสวยรักงาม ชอบความโดดเด่น




อัลบั้มภาพ (ความทรงจำ)
เป็นคนที่ใส่ใจความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้อื่นเสมอ มีความละเอียดอ่อน แต่ไม่ใช่คนเจ้าระเบียบ เป็นคนละเอียดรอบคอบ เป็นคนให้ความใส่ใจกับคนอื่น มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มักคำนึงถึงสิ่งดีๆ เป็นประโยชน์มากกว่าเรื่องไร้สาระ

เสื้อผ้า (ภาพลักษณ์)
เป็นคนมีความค่อนข้างนับถือตนเอง ชอบคิดชอบวางแผน ช่างสังเกต เป็นคนมีน้ำใจ เหมือนเป็นคนเรียบง่าย เป็นคนห่วงในเรื่องศักดิ์ศรี ชื่อเสียง




ถ้วยกาแฟ-ถ้วยชา (มิตรภาพ)
เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย ชอบความอบอุ่นความผูกพัน ถึงจะไม่ใช่คนละเอียดลึกซึ้ง แต่ก็ชอบคิดชอบฝัน รักอิสระ รักเพื่อน ชอบความเรียบง่ายมากกว่าอะไรที่เป็นทางการ หรือหลายขั้นตอน

กรอบรูป (คิดถึงและความทรงจำ)
เป็นคนที่ชอบจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านไป ค่อนข้างจะมีไอเดียแปลกๆ ใหม่ๆ ชอบงานศิลปะ ชอบตกแต่ง มีอารมณ์หัวแข็งบ้างบางครั้ง แต่ก็รู้จักใส่ใจคนอื่น เป็นคนอ่อนไหวแต่ไม่ใช่คนอ่อนแอ

8 สิ่งที่ "ควรทำ" ต้อนรับปีใหม่




ขอพรจากผู้ใหญ่ :: ในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ ควรที่จะชวนครอบครัวไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่อย่างคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย และผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือนะจ๊ะ เพราะนอกจากจะได้ไปเยี่ยมเยือนพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขแล้ว ยังจะได้เป็นการขอพรปีใหม่จากพวกท่านด้วย

จัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ :: นัดแนะครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงให้พร้อม เพราะปีใหม่ปีนี้ เราจะจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์กันจ้ะ ออกแรงคนละไม้คนมือช่วยกันตกแต่งสถานที่ ทำอาหาร และอาจจะเพิ่มการจับฉลากของขวัญ หรือเกมสนุกๆ เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานปาร์ตี้

จัดทริปไปเที่ยว :: ได้หยุดพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวทั้งที่ ก็ควรจัดทริปออกไปเที่ยวพักผ่อน เพื่อเป็นการชาร์ตพลังงานให้พร้อมเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีมะโรงนี้ โดยสถานที่จะไปนั้นก็เลือกเอาตามความชอบเลยจ้ะ จะขึ้นเหนือไปสัมผัสผัสลมหนาว หรือลงใต้ไปดำน้ำชมปะการังก็ได้ ขอเพียงทริปนี้ยกครอบครัวไปให้ครบทุกคนก็พอแล้วจ้ะ

ทำบุญเสริมสิริมงคล :: ถ้าคิดไม่ออกว่าปีใหม่ปีนี้จะไปไหนล่ะก็ เข้าวัดทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา หรือจะเข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีก็ยิ่งดีจ้ะ ซึ่งในปัจจุบันมีวัดอยู่หลายแห่งที่จัดกิจกรรมนี้ เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคล และเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีมะโรงที่จะมาถึงนี้





จัดห้องให้สวยปิ้ง :: หลังจากที่ปล่อยให้ห้องนอนแสนรักกลายเป็นห้องที่แสนรกเหมือนรังหนูมาตลอดทั้งปี ตอนนี้ก็ถึงเวลาจัดห้อง ทำความสะอาด เคลียร์ข้าวของที่ไม่จำเป็นสักที เพื่อเป็นการฟื้นคืนห้องนอนให้กลับมาน่านอนเหมือนเดิม โดยสิ่งของที่ไม่จำเป็น อาจจะนำไปบริจาคให้กับองค์กรต่างๆ ก็ได้จ้ะ

ลืมเรื่องเก่าไปให้หมด :: ถ้าในปีเถาะ เจอเรื่องแย่ๆ มามากมาย ตอนนี้ก๊ถึงเวลา Delete เรื่องเหล่านั้นแล้วจ้ะ เพื่อที่ปีมะโรงที่จะมาถึง เราจะได้เตรียมรับแต่สิ่งดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต

ส่งส.ค.ส.แทนความห่วงใย :: ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้มันช่างเหมาะที่จะส่งความคิดถึง ความห่วงใย ไปถึงคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง ดังนั้นปีใหม่ปีนี้ อย่าลืมส่งส.ค.ส. นะจ๊ะ และถ้าใครชื่นชอบเรื่องการประดิดประดอยก็ใช้โอกาสนี้แสดงฝีมือให้คนอื่นได้เห็นเลยจ้ะ

ตั้งเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ :: ปีใหม่ก็ต้องเริ่มต้นสิ่งดีๆ ใช่ไหม มาตั้งเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จในปีมะโรงนี้กันจ้ะ โดยเป้าหมายอาจจะเป็นทำเกรดเฉลี่ยสะสมให้ไม่ต่ำกว่า 3.40 หรือถ้าได้เหรียญ 10 มาก็จะหยอดใส่กระปุก เป็นต้น