





ผิวมือก็บ่งบอกความสวยหรือความร่วงโรยได้ไม่แพ้ใบหน้าฉะนั้น อย่าเน้นดูแลเฉพาะใบหน้าอย่างเดียว และนี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมีมือที่เนียนนุ่มน่าสัมผัส

1. อย่าล้างมือบ่อย แน่นอนว่าคุณควรล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่าให้บ่อยเกินความจำเป็น เพราะน้ำจะทำให้มือของคุณแห้งได้
2. ลดการใช้สบู่ มันจะทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการระคายเคือง และร่วงโรยก่อนวัยได้ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างมือแบบที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นไปในตัวจะเหมาะกว่า
3. ทาโลชั่น ทุกครั้งหลังล้างมือ โดยทาในขณะที่ผิวยังชื้นๆ อยู่ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้
4. ป้องกันแสงแดด คุณควรทาครีมกันแดดเป็นประจำเวลาที่ต้องออกไปนอกบ้าน และถ้าจะให้ดีไปกว่านั้นก็ควรสวมถุงมือผ้าฝ้ายกันเอาไว้อีกชั้น เวลาที่คุณต้องขับรถไปไหนต่อไหน
5. ดูแลเล็บ คุณควรทาน้ำมันบนหนังหุ้มเล็บทุกคืน แล้วดันให้กลับเข้าที่หลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องตัดหลังหุ้มเล็บ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
6. ทามอยสเจอไรเซอร์แบบเข้มข้นในตอนกลางคืน เพื่อช่วยคืนความชุ่มชิ้นเป็นพิเศษ
7. ขัดผิวมือ ใช้สครับขัดผิวมือเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป
8. ล้างเล็บ ล้างยาทาเล็บออกหลังจากทาไปแล้ว 7 วัน แล้วปล่อยให้เล็บเปลือยเปล่าเพื่อเป็นการพักฟื้นซักสองสามวันก่อนทาเล็บใหม่

1. แต่งตัวสวย ๆ หล่อ ๆ
อย่าให้อารมณ์ขุ่นมัวทำให้เราหม่นหมองตามไปด้วย แต่งตัวสวย ๆ หล่อ ๆ ข่มอารมณ์นั้นไปเลยค่ะ หยิบชุดที่คุณใส่แล้วมั่นใจว่าเริ่ดสุด ๆ รองเท้าคู่เก๋ที่อาจเก็บไว้ใส่ในโอกาสพิเศษ หยิบมาใส่เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้วันต้นสัปดาห์สักวัน เท่านี้วันจันทร์ของคุณก็สดใสขึ้นกว่าเดิมแล้ว
2. ทำอะไรตามใจตัวเอง
แทนที่จะปล่อยให้ความเศร้าซึมของวันจันทร์เข้าครอบงำ เรามาเติมความสดชื่นเบิกบานด้วยการทำอะไรตามใจตัวลองดูดีกว่าค่ะ ลองกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันที่คุณทำอะไรตามใจตัวเองได้อิสระหนึ่งวัน เช่น ไปทานขนมร้านที่ชอบ, แพ็คข้าวเที่ยงมื้อโปรดไปกินที่ทำงาน หรือนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างหลังเลิกงาน หรือกำหนดให้เป็นวันช็อปปิ้งประจำสัปดาห์ก็ได้ แทนที่จะเก็บเอาไว้ทำเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ย้ายมาทำในวันจันทร์เสีย... เปลี่ยนวันที่น่าเบื่อให้เป็นวันที่น่ารอคอยกันดีกว่า
3. ปล่อยอารมณ์ปล่อยใจไปกับเสียงเพลง
ท่วงทำนองของบทเพลงมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกเราได้จริง ๆ ค่ะ ลองเปิดเพลงจากซีดีแผ่นโปรด หรือจะเปิดวิทยุคลื่นที่คุณชอบฟังก็ได้ นอกจากเพลงเพราะ ๆ แล้ว ดีเจประจำคลื่นก็ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายมาบอกเล่าให้ฟังเพลิน ๆ อีกด้วย..ก็แก้เซ็งได้ดีเหมือนกันนะ
4. วันจันทร์ก็ดูหนังได้
ทำไมต้องเก็บเรื่องดูหนังเอาไว้ทำเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ? ลองย้ายมาทำวันจันทร์ดูสิคะ ถือเป็นรางวัลหลังเลิกงาน หลังจากวันแรกของสัปดาห์สิ้นสุดลง ชวนเพื่อนที่เป็นคอหนังหรือคนรักไปดูด้วยกัน หรือใครอยากฉายเดี่ยวก็ไม่เป็นไร ดูหนังวันจันทร์คนไม่เยอะ ไม่ต้องไปแย่งที่กับใครด้วยค่ะ
5. เริ่มเคลียร์งานบางส่วนตั้งแต่คืนวันอาทิตย์
หลาย ๆ คนคงเบื่อวันจันทร์ที่งานต่าง ๆ พากันประเดประดังเข้ามามากมาย ทำให้รู้สึกว่าวันจันทร์นั้นช่างยุ่งยากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นหากใครมีวันอาทิตย์ที่แสนสบาย ไม่มีธุระปะบังอันใดต้องทำ หรือไม่มีแพลนต้องออกไปไหน ลองเอนหลังสบาย ๆ เคลียร์งานง่าย ๆ บางส่วนที่รอคุณอยู่ในเช้าวันถัดไปดูก่อนก็ได้ค่ะ อาจเป็นการตอบอีเมล์ หรือเตรียมเอกสารการประชุมที่ไม่ยุ่งยากเกินไปนัก การเคลียร์งานไปได้บางส่วน จะทำให้คุณเริ่มต้นทำงานในเช้าวันใหม่ได้อย่างเบิกบานใจกว่าเดิมหลายเท่าเลยล่ะ
6. ซื้อของที่ตัวเองอยากได้ในวันจันทร์
อีกวิธีหนึ่งที่จะแปลงร่างวันจันทร์ให้เป็นวันที่น่ารอคอยเช่นเดียวกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ลองอนุญาตให้ตัวเองซื้อของที่คุณอยากได้ หรือของที่จะทำให้คุณรู้สึกดีในวันนี้ ความรู้สึกเหล่านี้จะทำให้คุณยิ้มรับวันเริ่มต้นการทำงานได้อย่างสดชื่น ซึ่งสิ่งที่ซื้อไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง อาจเป็นเพียงกาแฟหอมกรุ่นจากร้านโปรด ปากกาหรือสมุดโน้ตดีไซน์สวย ๆ ที่อยากได้มานาน เท่านี้ก็เพียงพอที่จะช่วยให้คุณมีแรงฮึดก้าวผ่านวันนี้ไปอย่างไม่น่าเบื่อ
7. นัดเพื่อนมาทานมื้อกลางวันด้วยกัน
นอกจากคุณ ก็คงมีเพื่อนของคุณอีกเกินครึ่งแน่นอนที่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายวันจันทร์ ลองยกหูโทรศัพท์ชวนเพื่อนสักคนหรือหลาย ๆ คน ที่คุณคิดว่าคงประสบชะตากรรมและรู้สึกแบบเดียวกับคุณ ชวนพวกเขาออกมาทานมื้อกลางวันในวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึงด้วยกัน เท่านี้การนัดหมายเล็ก ๆ นี้ก็จะทำให้คุณตั้งตาคอยที่จะให้ถึงวันนัดแทบไม่ไหว เพราะจะได้เจอเพื่อนและพูดคุยทักทายกัน...ไม่อะไรน่ารอคอยเท่านี้อีกแล้ว


15 เรื่องกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม (modernmom)
การกินเป็นเรื่องที่ละเลยไมได้ ใครที่เคยกินอาหารแบบลืมนึกถึงสุขภาพ กินตามใจปาก รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมการกินเหล่านี้ จะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว หากคุณไม่อยากให้สุขภาพ ร่างกายเสื่อมก่อนเวลา เรามีวิธีการกินให้สุขภาพดีและไม่ควรมองข้ามในชีวิตประจำวันมาฝากกัน
1. กินผัก ผลไม้ เป็นหลัก อาหารจำพวก ธัญพืช ผัก และผลไม้ นอกจากจะเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีคุณค่าแล้ว ยังเป็นกลุ่มของอาหารที่มีไขมันต่ำมาก ทำให้อิ่มนานเพราะมีใยอาหารปริมาณสูง
นอกจากนี้ใยอาหารซึ่งมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีจะช่วยในการขับถ่ายและดูดซึมสารพิษในลำไส้ โดยขับออกมาพร้อมกับอุจจาระจึงช่วยป้องกันการสะสมของสารพิษ และลดอาการท้องผูก ริดสีดวงทวารและลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ได้
2. กินทีละนิด แต่บ่อย ๆ ทำให้กระเพาะไม่ต้องเหนื่อยมากจึงช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอาการอาหารไม่ย่อย และทำให้ระดับของฮอร์โมนที่คอยควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่แกว่งขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกง่วงและไม่นึกอยากกินจุบกิน นอกจากนี้การกินอาหารทีละมากๆ ยังทำให้กระเพาะของคุณขยายออกอีกด้วย
3. เลือกกินแต่ไขมันชั้นดี ไขมันไม่ให้มีโทษไปเสียทุกชนิด ร่างกายยังต้องการไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงาน สร้างความอบอุ่น ช่วยในการทำงานของสมอง และเป็นองค์ประกอบของฮอร์โมนต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค ไขมัน ที่ดีคือไขมันที่ไม่อิ่มตัว มีมากในน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย และปลา ฯลฯ
ส่วนไขมันชนิดเลว คือ ไขมันอิ่มตัวจะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้น อาจสะสมอุดตันในเส้นเลือดน้ำมันชนิดนี้มักพบในกะทิ น้ำมันปาล์ม ไขมันจากสัตว์ เป็นต้น
4. อย่าปล่อยให้หิวเกินไป การปล่อยให้ตนเองหิวมาก ๆ อาจนำไปสู่โรคร้าย เพราะความหิวกระตุ้นร่างกายให้หลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหากเกิดขึ้นเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ หรือเบาหวานได้ ลองควบคุมความหิวด้วยการแบ่งมื้ออาหารจากวันละ 3 มื้อเป็นมื้อเล็ก ๆ 5-6 มื้อต่อจะช่วยได้มาก
5. เลี่ยงเค็ม อาหารส่วนใหญ่มีเกลือโซเดียมเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง ไม่ว่าจะเป็นซอสปรุงรสน้ำปลา ขนมกรุบกรอบ อาหารหมักดอง ฯลฯ จึงเป็นไปได้ว่าในแต่ละวันเรามักจะได้รับโซเดียมเกินความต้องการของ แม้ว่าโซเดียมจะมีประโยชน์ช่วยควบคุมปริมาณน้ำ ความดันเลือดในร่างกาย แต่การได้รับโซเดียมมากเกินไปจะก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้
6. กินน้ำตาลอย่างพอดี อาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ซึ่งได้แก่แป้งและน้ำตาล เมื่อเข้าสู่ร่างกายและผ่านการย่อยจะได้กลูโคสซึ่งก็คือน้ำตาลชนิดหนึ่ง กลูโคสเป็นสารที่ให้พลังงานกับร่างกาย ขณะเดียวกันหากมีมากเกินไปจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม จึงไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้การมีน้ำตาลอยู่ในร่างกายปริมาณสูงจะทำให้การสร้างอินซูลินที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดเสียสมดุลไป เป็นสาเหตุทำให้โรคเบาหวานได้ง่าย
7. เลิกกินไปดูไป การกินอาหารไปดูหนังไป ทำให้เรากินอาหารมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวแม้ว่าจะกินอิ่มมาแล้ว หรือรสชาติของอาหารไม่ได้เรื่องเลยก็ตาม นอกจากนี้ไฟสลัว ๆ ทำให้ผู้ที่กินอาหารเพลิดเพลินเจริญอาหารมากปกติอีกด้วย
8. ไม่รีบดื่มน้ำ การดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ อย่างรวดเร็วอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำเป็นพิษเนื่องจากเลือดเจือจาง ร่างกายจึงขับโพแทสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับสมดุลระหว่างน้ำในเซลล์และนอกเซลล์ ผลที่ตามมาคือเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง หากเกิดเกร็งที่สมอง หัวใจ หรือปอด จะทำให้หายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปเพราะหากดื่มน้ำทีละเล็กทีละน้อย แม้ดื่มมากกว่าปกติ ก็ไม่เป็นอันตรายเพราะไตจะขับออกมาเป็นปัสสาวะ
9. งดชา กาแฟบ้าง เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนไม่เหมาะผู้ที่มีอาการปวดหลังเพราะกาเฟอีนลดหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้น ซึ่งเอ็นดอร์ฟินมีฤทธิ์ลดอาการปวดตามอวัยวะ
10. ผลไม้ 1 ชิ้น หลังอาหาร กินแอปเปิ้ลหนึ่งชิ้นหลังอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดแบคทีเรียในช่องปากและช่วยให้เหงือกแข็งแรง การกินสับปะรดและมะละกอก่อนอาหารประมาณ 2-3 ชิ้น ดีต่อกระเพาะอาหารเพราะมีเอนไซม์ซึ่งช่วยย่อย จึงเท่ากับช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารมื้อหลักที่ตามลงมาได้ง่ายขึ้น
11. กินอาหารอายุสั้น ทำให้เราอายุยืน (ผัก ผลไม้สด) เพราะอาหารไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูป ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีสารพิษตกค้างและการกินอาหารอายุยืน ทำให้เราอายุสั้น (อาหารแปรรูปทุกชนิดอาหารหมักดองต่าง ๆ) อาหารเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปในหลากหลายรูปแบบ หรือใส่สารกันบูดเพื่อยืดอายุอาหารให้ยาวนานขึ้น แต่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะสะสม และตกค้างเป็นสารพิษสะสมอันตรายต่อร่างกาย
12. กินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ การเร่งกินอาหารทำให้เอนไซม์สำหรับย่อยอาหารในน้ำลาย และในกระเพาะไม่มีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ อาจจะทำให้กล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหารหยุดทำงาน และระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มที่
13. กินเนื้อสัตว์ให้ย่อยง่าย จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระบุว่า ถ้ามื้อนั้นกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก ไม่ควรกินผลไม้อีก เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมด ต้องใช้เวลานาน ทำให้ผลไม้ที่ย่อยเสร็จแล้วถูกกักอยู่ในกระเพาะ จนเกิดกรดในกระเพาะตามมาภายหลัง
14. กินมื้อเช้าบำรุงสมอง มื้อเช้าเป็นอาหารมื้อแรกที่มีความสำคัญมากที่สุดของทุกๆ วัน เพราะร่างกายไม่มีสารอาหารมานานหลายชั่วโมง การไม่รับประทานอาหารเข้าบ่อยครั้ง อาจจะส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะขาดอาหารและลดอัตราการเผาผลาญแคลอรีลง เราจึงควรเติมพลังยามเช้าด้วย อาหารที่มีคุณค่าเพื่อช่วยรักษาสมดุลคงระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และกระตุ้นอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสตลอดทั้งวัน
15. ลดการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้น หากไม่อยากมีกรดในกระเพาะมากเกินไปควรลดปริมาณการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้นอย่างเช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ เกรฟฟรุต หรือน้ำมะเขือเทศสดปั่น หรือทำให้เจือจางด้วยการผสมน้ำเข้าไป
เมื่อให้ความสำคัญกับเรื่องกินแล้ว ก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพในด้านอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนอย่างเพียงพอ การออกกำลังกายที่เหมาะสมสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงหรือปล่อยวางจากความเครียด เท่านี้คุณก็จะพร้อมรับทุกสถานการณ์ในทุกวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พอสิวผุดขึ้นมา บางคนร้อนใจไม่อยากให้มันขึ้นมาอีกครั้ง จึงรีบหาสาเหตุของการเกิดสิวต่างๆ ดังนั้นจึงเกิดปัญหาคาใจในเรื่องต่างๆ อย่างกินช็อกโกแลตบ่อยๆ แล้วสิวขึ้นหรือผิวเราแห้งหรือมันกันแน่ มาไขปัญหาสิวกันเลย
อยากหน้าสะอาดต้องล้างบ่อย
ล้างหน้าบ่อยไปไม่เหมือนล้างมือนะจ๊ะที่การันตีว่าสะอาดชัวร์ แถมยังเป็นการไปกระตุ้นทำให้เกิดสิวขึ้นอีกต่างหาก การล้างหน้าที่เหมาะสมควรเป็นแบบปกติที่น้องทำกันคือสองครั้งต่อวันนี่ล่ะ การล้างบ่อยทำให้หน้าแห้งแล้วผิวหน้ายังผลิตความมันเพิ่มขึ้นด้วย
กินช็อกโกแลตแล้วทำให้สิวขึ้น ?
หลายคนกลัวช็อกโกแลตเพราะไม่อยากให้สิวขึ้น เป็นเรื่องเรื่องเล่าในตำนานที่เชื่อกันต่อๆ มา ทั้งที่ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ยืนยัน มีแต่ผลวิจัยที่แบ่งกลุ่มทดลองเป็น 2 กลุ่ม มีกลุ่มหนึ่งกินช็อกโกแลต ผลที่ได้รับคือทั้ง 2 กลุ่ม ไม่พบอัตราการเกิดสิวแต่อย่างใด "แต่น้องบางคนยืนยันว่ามีจริงๆ" สามารถเกิดขึ้นกับบางคนได้เหมือนกัน ตรวจเช็คกันให้ดีนะ

นอนดึกแล้วสิวขึ้นจริงไหม ?
การพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดสิว เพราะขณะที่เรานอนหลับร่างกายจะซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลต่อผิวหน้า ดังนั้นการนอนอย่างเพียงพอจะทำให้ไม่เกิดสิวแล้วสุขภาพดีด้วยครับ
ผิวมันหรือแห้งกันแน่ ?
วัยรุ่นไทยร้อนชื้นอย่างเราส่วนใหญ่มีสภาพผิวมัน แต่คนผิวมันอาจงงกับตัวเองว่าทำไมบางทีก็รู้สึกว่ามีผิวลอก แห้งแตก หนักข้อเข้า ทั้งมันทั้งแห้งในวันเดียวกันเลย กรณีนี้อาจเกิดจากคนผิวมันที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าที่มีความเป็นด่างมากติดต่อกัน ทำให้ผิวแห้งลอกเป็นขุย เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องกับลักษณะผิว

สิวเสี้ยน จัดการอย่างไร ?
สิวเสี้ยนเกิดจากการอุดตันในรูขุมขน เกิดได้ทั้งการทำความสะอาดไม่พอหรือการอุดตันจากการฝุ่นหรือการสัมผัสของเรา
- กินผักผลไม้พื่อระบบขับถ่ายที่ดี
- ก่อนจะใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับหน้า ต้องล้างมือให้สะอาด
- เปลี่ยนปลอกหมอนอยู่เป็นประจำ
- อย่าสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ หรือเมื่อมือสกปรก
- ทำความสะอาดพิถีพิถันมากขึ้น
ผิวมือก็บ่งบอกความสวยหรือความร่วงโรยได้ไม่แพ้ใบหน้าฉะนั้น อย่าเน้นดูแลเฉพาะใบหน้าอย่างเดียว และนี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมีมือที่เนียนนุ่มน่าสัมผัส

1. อย่าล้างมือบ่อย แน่นอนว่าคุณควรล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่าให้บ่อยเกินความจำเป็น เพราะน้ำจะทำให้มือของคุณแห้งได้
2. ลดการใช้สบู่ มันจะทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการระคายเคือง และร่วงโรยก่อนวัยได้ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างมือแบบที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นไปในตัวจะเหมาะกว่า
3. ทาโลชั่น ทุกครั้งหลังล้างมือ โดยทาในขณะที่ผิวยังชื้นๆ อยู่ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้
4. ป้องกันแสงแดด คุณควรทาครีมกันแดดเป็นประจำเวลาที่ต้องออกไปนอกบ้าน และถ้าจะให้ดีไปกว่านั้นก็ควรสวมถุงมือผ้าฝ้ายกันเอาไว้อีกชั้น เวลาที่คุณต้องขับรถไปไหนต่อไหน
5. ดูแลเล็บ คุณควรทาน้ำมันบนหนังหุ้มเล็บทุกคืน แล้วดันให้กลับเข้าที่หลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องตัดหลังหุ้มเล็บ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
6. ทามอยสเจอไรเซอร์แบบเข้มข้นในตอนกลางคืน เพื่อช่วยคืนความชุ่มชิ้นเป็นพิเศษ
7. ขัดผิวมือ ใช้สครับขัดผิวมือเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป
8. ล้างเล็บ ล้างยาทาเล็บออกหลังจากทาไปแล้ว 7 วัน แล้วปล่อยให้เล็บเปลือยเปล่าเพื่อเป็นการพักฟื้นซักสองสามวันก่อนทาเล็บใหม่

1. แต่งตัวสวย ๆ หล่อ ๆ
อย่าให้อารมณ์ขุ่นมัวทำให้เราหม่นหมองตามไปด้วย แต่งตัวสวย ๆ หล่อ ๆ ข่มอารมณ์นั้นไปเลยค่ะ หยิบชุดที่คุณใส่แล้วมั่นใจว่าเริ่ดสุด ๆ รองเท้าคู่เก๋ที่อาจเก็บไว้ใส่ในโอกาสพิเศษ หยิบมาใส่เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้วันต้นสัปดาห์สักวัน เท่านี้วันจันทร์ของคุณก็สดใสขึ้นกว่าเดิมแล้ว
2. ทำอะไรตามใจตัวเอง
แทนที่จะปล่อยให้ความเศร้าซึมของวันจันทร์เข้าครอบงำ เรามาเติมความสดชื่นเบิกบานด้วยการทำอะไรตามใจตัวลองดูดีกว่าค่ะ ลองกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันที่คุณทำอะไรตามใจตัวเองได้อิสระหนึ่งวัน เช่น ไปทานขนมร้านที่ชอบ, แพ็คข้าวเที่ยงมื้อโปรดไปกินที่ทำงาน หรือนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างหลังเลิกงาน หรือกำหนดให้เป็นวันช็อปปิ้งประจำสัปดาห์ก็ได้ แทนที่จะเก็บเอาไว้ทำเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ย้ายมาทำในวันจันทร์เสีย... เปลี่ยนวันที่น่าเบื่อให้เป็นวันที่น่ารอคอยกันดีกว่า
3. ปล่อยอารมณ์ปล่อยใจไปกับเสียงเพลง
ท่วงทำนองของบทเพลงมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกเราได้จริง ๆ ค่ะ ลองเปิดเพลงจากซีดีแผ่นโปรด หรือจะเปิดวิทยุคลื่นที่คุณชอบฟังก็ได้ นอกจากเพลงเพราะ ๆ แล้ว ดีเจประจำคลื่นก็ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายมาบอกเล่าให้ฟังเพลิน ๆ อีกด้วย..ก็แก้เซ็งได้ดีเหมือนกันนะ
4. วันจันทร์ก็ดูหนังได้
ทำไมต้องเก็บเรื่องดูหนังเอาไว้ทำเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ? ลองย้ายมาทำวันจันทร์ดูสิคะ ถือเป็นรางวัลหลังเลิกงาน หลังจากวันแรกของสัปดาห์สิ้นสุดลง ชวนเพื่อนที่เป็นคอหนังหรือคนรักไปดูด้วยกัน หรือใครอยากฉายเดี่ยวก็ไม่เป็นไร ดูหนังวันจันทร์คนไม่เยอะ ไม่ต้องไปแย่งที่กับใครด้วยค่ะ
5. เริ่มเคลียร์งานบางส่วนตั้งแต่คืนวันอาทิตย์
หลาย ๆ คนคงเบื่อวันจันทร์ที่งานต่าง ๆ พากันประเดประดังเข้ามามากมาย ทำให้รู้สึกว่าวันจันทร์นั้นช่างยุ่งยากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นหากใครมีวันอาทิตย์ที่แสนสบาย ไม่มีธุระปะบังอันใดต้องทำ หรือไม่มีแพลนต้องออกไปไหน ลองเอนหลังสบาย ๆ เคลียร์งานง่าย ๆ บางส่วนที่รอคุณอยู่ในเช้าวันถัดไปดูก่อนก็ได้ค่ะ อาจเป็นการตอบอีเมล์ หรือเตรียมเอกสารการประชุมที่ไม่ยุ่งยากเกินไปนัก การเคลียร์งานไปได้บางส่วน จะทำให้คุณเริ่มต้นทำงานในเช้าวันใหม่ได้อย่างเบิกบานใจกว่าเดิมหลายเท่าเลยล่ะ
6. ซื้อของที่ตัวเองอยากได้ในวันจันทร์
อีกวิธีหนึ่งที่จะแปลงร่างวันจันทร์ให้เป็นวันที่น่ารอคอยเช่นเดียวกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ลองอนุญาตให้ตัวเองซื้อของที่คุณอยากได้ หรือของที่จะทำให้คุณรู้สึกดีในวันนี้ ความรู้สึกเหล่านี้จะทำให้คุณยิ้มรับวันเริ่มต้นการทำงานได้อย่างสดชื่น ซึ่งสิ่งที่ซื้อไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง อาจเป็นเพียงกาแฟหอมกรุ่นจากร้านโปรด ปากกาหรือสมุดโน้ตดีไซน์สวย ๆ ที่อยากได้มานาน เท่านี้ก็เพียงพอที่จะช่วยให้คุณมีแรงฮึดก้าวผ่านวันนี้ไปอย่างไม่น่าเบื่อ
7. นัดเพื่อนมาทานมื้อกลางวันด้วยกัน
นอกจากคุณ ก็คงมีเพื่อนของคุณอีกเกินครึ่งแน่นอนที่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายวันจันทร์ ลองยกหูโทรศัพท์ชวนเพื่อนสักคนหรือหลาย ๆ คน ที่คุณคิดว่าคงประสบชะตากรรมและรู้สึกแบบเดียวกับคุณ ชวนพวกเขาออกมาทานมื้อกลางวันในวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึงด้วยกัน เท่านี้การนัดหมายเล็ก ๆ นี้ก็จะทำให้คุณตั้งตาคอยที่จะให้ถึงวันนัดแทบไม่ไหว เพราะจะได้เจอเพื่อนและพูดคุยทักทายกัน...ไม่อะไรน่ารอคอยเท่านี้อีกแล้ว


15 เรื่องกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม (modernmom)
การกินเป็นเรื่องที่ละเลยไมได้ ใครที่เคยกินอาหารแบบลืมนึกถึงสุขภาพ กินตามใจปาก รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมการกินเหล่านี้ จะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว หากคุณไม่อยากให้สุขภาพ ร่างกายเสื่อมก่อนเวลา เรามีวิธีการกินให้สุขภาพดีและไม่ควรมองข้ามในชีวิตประจำวันมาฝากกัน
1. กินผัก ผลไม้ เป็นหลัก อาหารจำพวก ธัญพืช ผัก และผลไม้ นอกจากจะเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีคุณค่าแล้ว ยังเป็นกลุ่มของอาหารที่มีไขมันต่ำมาก ทำให้อิ่มนานเพราะมีใยอาหารปริมาณสูง
นอกจากนี้ใยอาหารซึ่งมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีจะช่วยในการขับถ่ายและดูดซึมสารพิษในลำไส้ โดยขับออกมาพร้อมกับอุจจาระจึงช่วยป้องกันการสะสมของสารพิษ และลดอาการท้องผูก ริดสีดวงทวารและลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ได้
2. กินทีละนิด แต่บ่อย ๆ ทำให้กระเพาะไม่ต้องเหนื่อยมากจึงช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอาการอาหารไม่ย่อย และทำให้ระดับของฮอร์โมนที่คอยควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่แกว่งขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกง่วงและไม่นึกอยากกินจุบกิน นอกจากนี้การกินอาหารทีละมากๆ ยังทำให้กระเพาะของคุณขยายออกอีกด้วย
3. เลือกกินแต่ไขมันชั้นดี ไขมันไม่ให้มีโทษไปเสียทุกชนิด ร่างกายยังต้องการไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงาน สร้างความอบอุ่น ช่วยในการทำงานของสมอง และเป็นองค์ประกอบของฮอร์โมนต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค ไขมัน ที่ดีคือไขมันที่ไม่อิ่มตัว มีมากในน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย และปลา ฯลฯ
ส่วนไขมันชนิดเลว คือ ไขมันอิ่มตัวจะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้น อาจสะสมอุดตันในเส้นเลือดน้ำมันชนิดนี้มักพบในกะทิ น้ำมันปาล์ม ไขมันจากสัตว์ เป็นต้น
4. อย่าปล่อยให้หิวเกินไป การปล่อยให้ตนเองหิวมาก ๆ อาจนำไปสู่โรคร้าย เพราะความหิวกระตุ้นร่างกายให้หลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหากเกิดขึ้นเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ หรือเบาหวานได้ ลองควบคุมความหิวด้วยการแบ่งมื้ออาหารจากวันละ 3 มื้อเป็นมื้อเล็ก ๆ 5-6 มื้อต่อจะช่วยได้มาก
5. เลี่ยงเค็ม อาหารส่วนใหญ่มีเกลือโซเดียมเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง ไม่ว่าจะเป็นซอสปรุงรสน้ำปลา ขนมกรุบกรอบ อาหารหมักดอง ฯลฯ จึงเป็นไปได้ว่าในแต่ละวันเรามักจะได้รับโซเดียมเกินความต้องการของ แม้ว่าโซเดียมจะมีประโยชน์ช่วยควบคุมปริมาณน้ำ ความดันเลือดในร่างกาย แต่การได้รับโซเดียมมากเกินไปจะก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้
6. กินน้ำตาลอย่างพอดี อาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ซึ่งได้แก่แป้งและน้ำตาล เมื่อเข้าสู่ร่างกายและผ่านการย่อยจะได้กลูโคสซึ่งก็คือน้ำตาลชนิดหนึ่ง กลูโคสเป็นสารที่ให้พลังงานกับร่างกาย ขณะเดียวกันหากมีมากเกินไปจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม จึงไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้การมีน้ำตาลอยู่ในร่างกายปริมาณสูงจะทำให้การสร้างอินซูลินที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดเสียสมดุลไป เป็นสาเหตุทำให้โรคเบาหวานได้ง่าย
7. เลิกกินไปดูไป การกินอาหารไปดูหนังไป ทำให้เรากินอาหารมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวแม้ว่าจะกินอิ่มมาแล้ว หรือรสชาติของอาหารไม่ได้เรื่องเลยก็ตาม นอกจากนี้ไฟสลัว ๆ ทำให้ผู้ที่กินอาหารเพลิดเพลินเจริญอาหารมากปกติอีกด้วย
8. ไม่รีบดื่มน้ำ การดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ อย่างรวดเร็วอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำเป็นพิษเนื่องจากเลือดเจือจาง ร่างกายจึงขับโพแทสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับสมดุลระหว่างน้ำในเซลล์และนอกเซลล์ ผลที่ตามมาคือเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง หากเกิดเกร็งที่สมอง หัวใจ หรือปอด จะทำให้หายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปเพราะหากดื่มน้ำทีละเล็กทีละน้อย แม้ดื่มมากกว่าปกติ ก็ไม่เป็นอันตรายเพราะไตจะขับออกมาเป็นปัสสาวะ
9. งดชา กาแฟบ้าง เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนไม่เหมาะผู้ที่มีอาการปวดหลังเพราะกาเฟอีนลดหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้น ซึ่งเอ็นดอร์ฟินมีฤทธิ์ลดอาการปวดตามอวัยวะ
10. ผลไม้ 1 ชิ้น หลังอาหาร กินแอปเปิ้ลหนึ่งชิ้นหลังอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดแบคทีเรียในช่องปากและช่วยให้เหงือกแข็งแรง การกินสับปะรดและมะละกอก่อนอาหารประมาณ 2-3 ชิ้น ดีต่อกระเพาะอาหารเพราะมีเอนไซม์ซึ่งช่วยย่อย จึงเท่ากับช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารมื้อหลักที่ตามลงมาได้ง่ายขึ้น
11. กินอาหารอายุสั้น ทำให้เราอายุยืน (ผัก ผลไม้สด) เพราะอาหารไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูป ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีสารพิษตกค้างและการกินอาหารอายุยืน ทำให้เราอายุสั้น (อาหารแปรรูปทุกชนิดอาหารหมักดองต่าง ๆ) อาหารเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปในหลากหลายรูปแบบ หรือใส่สารกันบูดเพื่อยืดอายุอาหารให้ยาวนานขึ้น แต่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะสะสม และตกค้างเป็นสารพิษสะสมอันตรายต่อร่างกาย
12. กินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ การเร่งกินอาหารทำให้เอนไซม์สำหรับย่อยอาหารในน้ำลาย และในกระเพาะไม่มีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ อาจจะทำให้กล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหารหยุดทำงาน และระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มที่
13. กินเนื้อสัตว์ให้ย่อยง่าย จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระบุว่า ถ้ามื้อนั้นกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก ไม่ควรกินผลไม้อีก เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมด ต้องใช้เวลานาน ทำให้ผลไม้ที่ย่อยเสร็จแล้วถูกกักอยู่ในกระเพาะ จนเกิดกรดในกระเพาะตามมาภายหลัง
14. กินมื้อเช้าบำรุงสมอง มื้อเช้าเป็นอาหารมื้อแรกที่มีความสำคัญมากที่สุดของทุกๆ วัน เพราะร่างกายไม่มีสารอาหารมานานหลายชั่วโมง การไม่รับประทานอาหารเข้าบ่อยครั้ง อาจจะส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะขาดอาหารและลดอัตราการเผาผลาญแคลอรีลง เราจึงควรเติมพลังยามเช้าด้วย อาหารที่มีคุณค่าเพื่อช่วยรักษาสมดุลคงระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และกระตุ้นอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสตลอดทั้งวัน
15. ลดการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้น หากไม่อยากมีกรดในกระเพาะมากเกินไปควรลดปริมาณการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้นอย่างเช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ เกรฟฟรุต หรือน้ำมะเขือเทศสดปั่น หรือทำให้เจือจางด้วยการผสมน้ำเข้าไป
เมื่อให้ความสำคัญกับเรื่องกินแล้ว ก็ไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพในด้านอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนอย่างเพียงพอ การออกกำลังกายที่เหมาะสมสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงหรือปล่อยวางจากความเครียด เท่านี้คุณก็จะพร้อมรับทุกสถานการณ์ในทุกวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พอสิวผุดขึ้นมา บางคนร้อนใจไม่อยากให้มันขึ้นมาอีกครั้ง จึงรีบหาสาเหตุของการเกิดสิวต่างๆ ดังนั้นจึงเกิดปัญหาคาใจในเรื่องต่างๆ อย่างกินช็อกโกแลตบ่อยๆ แล้วสิวขึ้นหรือผิวเราแห้งหรือมันกันแน่ มาไขปัญหาสิวกันเลย
อยากหน้าสะอาดต้องล้างบ่อย
ล้างหน้าบ่อยไปไม่เหมือนล้างมือนะจ๊ะที่การันตีว่าสะอาดชัวร์ แถมยังเป็นการไปกระตุ้นทำให้เกิดสิวขึ้นอีกต่างหาก การล้างหน้าที่เหมาะสมควรเป็นแบบปกติที่น้องทำกันคือสองครั้งต่อวันนี่ล่ะ การล้างบ่อยทำให้หน้าแห้งแล้วผิวหน้ายังผลิตความมันเพิ่มขึ้นด้วย
กินช็อกโกแลตแล้วทำให้สิวขึ้น ?
หลายคนกลัวช็อกโกแลตเพราะไม่อยากให้สิวขึ้น เป็นเรื่องเรื่องเล่าในตำนานที่เชื่อกันต่อๆ มา ทั้งที่ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ยืนยัน มีแต่ผลวิจัยที่แบ่งกลุ่มทดลองเป็น 2 กลุ่ม มีกลุ่มหนึ่งกินช็อกโกแลต ผลที่ได้รับคือทั้ง 2 กลุ่ม ไม่พบอัตราการเกิดสิวแต่อย่างใด "แต่น้องบางคนยืนยันว่ามีจริงๆ" สามารถเกิดขึ้นกับบางคนได้เหมือนกัน ตรวจเช็คกันให้ดีนะ

นอนดึกแล้วสิวขึ้นจริงไหม ?
การพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดสิว เพราะขณะที่เรานอนหลับร่างกายจะซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลต่อผิวหน้า ดังนั้นการนอนอย่างเพียงพอจะทำให้ไม่เกิดสิวแล้วสุขภาพดีด้วยครับ
ผิวมันหรือแห้งกันแน่ ?
วัยรุ่นไทยร้อนชื้นอย่างเราส่วนใหญ่มีสภาพผิวมัน แต่คนผิวมันอาจงงกับตัวเองว่าทำไมบางทีก็รู้สึกว่ามีผิวลอก แห้งแตก หนักข้อเข้า ทั้งมันทั้งแห้งในวันเดียวกันเลย กรณีนี้อาจเกิดจากคนผิวมันที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าที่มีความเป็นด่างมากติดต่อกัน ทำให้ผิวแห้งลอกเป็นขุย เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องกับลักษณะผิว

สิวเสี้ยน จัดการอย่างไร ?
สิวเสี้ยนเกิดจากการอุดตันในรูขุมขน เกิดได้ทั้งการทำความสะอาดไม่พอหรือการอุดตันจากการฝุ่นหรือการสัมผัสของเรา
- กินผักผลไม้พื่อระบบขับถ่ายที่ดี
- ก่อนจะใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับหน้า ต้องล้างมือให้สะอาด
- เปลี่ยนปลอกหมอนอยู่เป็นประจำ
- อย่าสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ หรือเมื่อมือสกปรก
- ทำความสะอาดพิถีพิถันมากขึ้น