วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม

5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม



แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์และหน้าที่การงานที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เวลาส่วนตัวมีน้อยลง ผู้หญิงอาจ "ลืม" อะไรไปหลายอย่างซึ่งเป็นสิ่งสำคัญใกล้ตัว และยังเป็นปัจจัยที่บั่นทอนและทำลายความมั่นใจของตัวเองไปโดยไม่ทันรู้ตัว

โลชั่นบำรุงผิว วาสลีน เฮลธี้ ไวท์ ประมวลข้อมูลอินไซด์ของหญิงยุคใหม่พบว่า มี 5 สิ่งหลักๆ ที่ผู้หญิงเรามักจะลืม (หรือพยายามลืม) ให้ความสำคัญ ได้แก่

1. ลืมดูกระเป๋าตังค์ โดยเฉพาะเมื่อเห็นป้ายเซล! มือไม้จะอ่อนเหมือนโดนสะกดจิตให้พุ่งเข้าไปหาของเซลอย่างไม่ทันคิด แต่ช็อปเพลินเกินห้ามใจขนาดไหนก็อย่าลืมตรวจดูสินค้าว่าหมดอายุเมื่อไหร่ แล้วมีตำหนิหรือคุณภาพคุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ อย่ามัวแต่รูดบัตรเครดิตเพลินจนเกินลิมิต ต้องหมั่นดูแลวินัยทางการเงินของตัวเองด้วย ถึงจะทั้งสวยและสมาร์ต

2. ลืมวัดรอบเอว ข้อนี้จะลืมกันบ่อยโดยเฉพาะเมื่อเห็นขนมหวานหรืออาหารถูกปาก จนทำให้ออกอาการ "คาดไม่ถึง" เพราะเข็มขัดเริ่มสั้นเกินไป ต้องเสียเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่อีก จนไม่กล้าชั่งน้ำหนัก เสียทั้งบุคลิกและสุขภาพ โรคภัยจะถามหา ลำบากต้องมาอดอาหารรีดน้ำหนักวุ่นวาย ถ้ารักจะกินก็ต้องอย่าลืมหลัก "แคลอรี-อิน แคลอรี-เอาต์" จะได้มีสุขภาพดีพร้อมหุ่นสวยให้หนุ่มๆ มองจนเหลียวหลัง

3. ลืมอายุ พออายุเลข 2 ปลายๆ ใกล้จะขึ้นเลข 3 สาวๆ ก็อยากจะหยุดนับเอาเสียดื้อๆ โดยเฉพาะสาวโสด พอมีใครถามอายุขนาดนี้ทำไมยังไม่แต่งงานก็เครียดและคิดมาก จนทำให้มีกามาประทับรอยเท้าที่หน้าโดยไม่รู้ตัว

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสาวๆ ดูอ่อนกว่าวัยจนใครๆ ก็ลืมอายุที่แท้จริงคือหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพกายและจิตใจ ส่วนภายนอกก็ไม่ควรลืมดูแลเสื้อผ้า หน้า ผม ให้เหมาะกับกาลเทศะ คงความอ่อนเยาว์และเสน่ห์ให้ยั่งยืน

4. ลืมบท (บาท) สาวๆ ยุคนี้ทำงานก็เก่ง ตัดสินใจเด็ดขาดในทุกเรื่อง แต่จะมาตกม้าตายตรงที่ลืมนึกไปว่าบางเรื่องในชีวิตส่วนตัวไม่อาจได้ดังใจคิด หัดนึกถึงใจหนุ่มๆ บ้างว่าเขาก็ต้องการคู่คิดหรือคู่ครอง เก็บบทบาทผู้ปกครองเอาไว้ใช้ยามคับขันบ้าง รู้จักบริหารเสน่ห์ ให้เขาสวมบทบาทฮีโร่บ้าง

5. ลืมตัว หมายถึงลืมดูแลผิวพรรณร่างกายในส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากผิวหน้า ด้วยความรีบเร่งและให้ความสำคัญกับผิวหน้ามากกว่าผิวกาย เมื่อเวลาผ่านไป ความแตกต่างระหว่างผิวหน้าและกาย โดยเฉพาะส่วนคอ มือ ข้อศอก หัวเข่า หรือผิวที่ถูกแดดคล้ำเสีย ผิวที่เสี่ยงต่อรอยเหี่ยวย่น ต่างๆ เหล่านี้ กลับไม่สอดคล้องกับผิวหน้า อาจทำให้เสียความมั่นใจในการแต่งกายที่ต้องเผยผิว

5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว

5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว



1.นั่งๆ อยู่ ก็รู้สึกอยากออนไลน์ทั้งที่มีงาน มีภารกิจอื่นที่ต้องทำ

2.อยากหยุด หรืออยากลดการใช้อินเตอร์เน็ตแต่ก็ทำไม่ได้สักที และบางทีถึงขั้นหงุดหงิด ซึมเศร้า โมโห เมื่อหยุดใช้อินเตอร์เน็ต (ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้)

3.ออนไลน์นานเกินกว่าความตั้งใจเมื่อเริ่มเล่นตอนแรก

4.ความสัมพันธ์กับครอบครัว หรือกับเพื่อนบางคน บางกลุ่มลดลง

5.เมื่อรู้สึกเศร้า ผิดหวัง ท้อแท้ มักออนไลน์เพื่่อหนีปัญหา หรือปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านั้น

วิธีหนีโรคคอมพิวเตอร์

1. การใช้งานคอมพิวเตอร์ 1-2 ชั่วโมง ควรหยุดพัก 10-15 นาที ทั้งหลับตา มองต้นไม้ บริหารดวงตาด้วยการกลอกตาเป็นวงกลม 5-6 รอบ ใช้นิ้วนางแตะหัวตาแต่ละข้าง คลึง กดจุด 1-2 วินาที

2. ตั้งจอคอมพิวเตอร์ห่างจากสายตา 20-24 นิ้ว ระดับต่ำกว่าสายตาเล็กน้อย เพื่อลดการตกของจุดรวมแสง ส่วนความสว่างควรอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าของแสงแวดล้อม

3.จัดท่านั่งให้ถูกต้อง เช่น เวลาพิมพ์ข้อศอกกับคีย์บอร์ดอยู่ในระดับเดียวกัน ขาสองข้างวางเรียบกับพื้น นั่งตัวตรง อย่าให้ข้อมือโก่ง โค้งผิดปกติ เวลาใช้เมาส์ตัวอักษรที่เล็กที่สุดที่คุณสามารถอ่านได้ ใช้ตัวอักษรสีดำ บนพื้นสีขาวเป็นหลัก หลีกเลี่ยงพื้นสีเข้ม

4. ควรออกกำลังกาย เช่น กำมือ คลายมือ นวดไหล่ ต้นคอ ยืดแขน ลุกขึ้นยืนขยับตัวเป็นระยะ ๆ

5. หมั่นทำความสะอาดปัดฝุ่น เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค

เลขนำโชคประจำราศี

เลขมงคลนำโชคประจำราศีเกิด



ราศีเมษ (21 มี.ค. – 20 เม.ย.) เลขนำโชค คือ 1, 4, 9 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีพฤษภ (21 เม.ย. – 21 พ.ค.) เลขนำโชค คือ 4, 5, 6, 7, 1 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีเมถุน (22พ.ค. – 21มิ.ย.) เลขนำโชค คือ 5, 9, 4, 3, 6 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีกรกฎ(22มิ.ย. - 23ก.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 7, 8, 0 เลขตัดโชค คือ 1


ราศีสิงค์(24ก.ค. – 23ส.ค.) เลขนำโชค คือ 8 , 9, 3, 1 เลขตัดโชค คือ 6


ราศีกันย์ (24ส.ค. – 23ก.ย.) เลขนำโชค คือ 4 , 5, 0, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีตุล(24ก.ย. – 23ต.ค.) เลขนำโชค คือ 3, 6, 7 ลขตัดโชค คือ 8


ราศีพิจิก(24ต.ค. – 22พ.ย.) เลขนำโชค คือ 3 , 4, 5, 1 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีธนู(23พ.ย. – 21ธ.ค.) เลขนำโชค คือ 5 , 9, 1, 2 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีมังกร(22ธ.ค. – 20 ม.ค.) เลขนำโชค คือ 1, 2, 8 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีกุมภ์(21ม.ค. – 19ก.พ.) เลขนำโชค คือ 1, 7, 5, 4 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีมีน(20ก.พ. – 20มี.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ลางบอกเหตุ : ตาเขม่น


เรื่องตาเขม่นตามความเป็นจริงแล้ว เขม่นได้หลายส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก แขน ขา หรือแม้กระทั่งตา ดังนั้นการเขม่นตาจะแบ่งออก เป็น 3 ช่วง มีอะไรบ้างมาดูกัน

หากเขม่นตาในช่วงเช้า - บ่าย คนโบราณกล่าวไว้ว่า

- หากเป็นข้างขวา จะมีโชค ลาภ ได้รับข่าวดี เรียกว่า จะสมหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คอย

- หากเขม่นที่ตาซ้าย ท่านว่าจะมีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวังเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน เช่น มีการทะเลาะกัน เกิดขึ้น หรือจะต้องสูญเสียของรักบางอย่างไป

- ถ้าเขม่นตาไม่ว่าจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาในช่วงเวลาเย็น ถือว่ามีโชคมีลาภ จะได้พบญาติสนิทมิตรรักเดินทางมาหา

ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน

- การเขม่นตาขวา จะได้ดี จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิดขึ้น

- ถ้าหากเขม่นตาซ้าย จะมีโชคลาภจากเพื่อน จะสมหวังสิ่งที่รอคอย เรียกว่า ขวาร้าย-ซ้ายดี

การเขม่นตานี้เชื่อกันว่า เป็นลางบอกเหตุที่แม่นยำมาก ท่านให้ถือเวลาที่จะเกิดเหตุไม่ดีและร้ายภายใน 3 วันอย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน









"40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน"

1. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนจะมีแต่กุลสตรีผู้เรียบร้อย

2. ความจริงคือ รร.ชายล้วนยังเรียบร้อยกว่า

3. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนก็ต้องมีแต่ผู้หญิง

4. หารู้ไม่ว่าที่จริง 30% เป็นทอม 20%เป็นดี้ และ50% ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นทอมหรือดี้หรือเป็นผู้หญิงธรรมดาดี

5. สิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมาก คือ มีดาราหนุ่มเข้ามาใน รร.

6. และสิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมากกว่า คือ มีสาวหล่อเข้ามาใน รร.

7.โรงอาหารไม่ใช่ที่กินข้าว แต่เป็นที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์ของสาวๆ

8.แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่สาวๆ ที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์คือสนามบาส

9.และสนามบาสไม่ได้มีไว้เล่นบาสเท่านั้น มันยังมีไว้กินข้าว นอนพักผ่อน ลอกการบ้าน ทำโครงงาน และแก้บน

10.ห้องสมุดเป็นที่สำหรับคน 2 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.คนที่มาหาที่นอน

11.ห้องพักครูเป็นที่สำหรับคน 3 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.เด็กผิดระเบียบ 3.โดนเรียกมาใช้งาน

12.หนังสือที่ขายดีที่สุดในโรงเรียนหญิงล้วนมี 2 ประเภทคือ 1.แจ่มใส 2.พูนิก้า

13.อาหารที่มียอดขายสูงสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ อาหารอีสาน

14.อาหารที่มียอดขายต่ำสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ สเต็ก

15.แต่เวลาไปเที่ยวห้าง สาวๆกลับชอบกินสเต็ก (ซะงั้น!?)

16.เขียนชื่อบอกรักคนนู้นคนนี้บนโต๊ะไม่ใช่เรื่องแปลก

17.และอย่าแปลกใจถ้ามีชื่อเพื่อนเราถูกบอกรักอยู่บนโต๊ะ

18.อย่าอิจฉามัน แต่จงเอามาล้อให้มันอายมุดดินหนี

19.ใครคบกับรุ่นพี่น่าอิจฉา ใครคบกับรุ่นน้องน่าอิจฉากว่า แต่ใครคบกับผู้ชาย-ทรยศ

20.ความฮ็อตของแต่ละคนไม่ได้วัดด้วยจำนวนช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์

21.แต่วัดด้วยราคาของช็อกโกแลตมากกว่า

22.เวลาเรียน คนมักจะไม่ค่อยครบ ยิ่งเวลาที่มีดารานักร้องมา รร. คนยิ่งหาย

23.ที่เหลืออยู่ในห้องจะมี เด็กเนิร์ด หัวหน้าหรือตัวแทนห้องเพื่อรับมืออาจารย์

24.เวลาเรียกส่งงานมักจะมีเสียงดังขึ้นมาว่า "อย่าพึ่งเก็บน้า เราพึ่งลอกได้หน้าเดียวเอง"

25.ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ดีก็จะตอบว่า "เคๆ งั้นคาบ 4 ค่อยส่งน้า"

26.แต่ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ไม่ดีก็จะตอบว่า "แกจะให้เราแบกไปเองช้ะ! เออ!

ไม่ต้องรีบส่งหรอก เราแค่ต้องแบกไปอีกสามคาบเอง!"

27.ทุกคนจะมีตารางสอนของทุกห้อง เผื่อเวลาลืมเอาหนังสือมาจะได้แว้บไปยืมได้

28. ทุกคนจะมีเพื่อนอยู่ทุกห้อง เผื่อเวลาสอบท้ายหน่วยจะได้ไปขอคำปรึกษาได้ = =+

29.เวลาสอบเสร็จ จะมีคน 2 พวกคือ 1.วิ่งแก้บน 2.ไปฉลองสเวนเซ่นแล้วค่อยมาแก้บนวันหลัง

30.แล้วก็ไม่รู้ทำไม สอบเสร็จต้องไปฉลองที่สเวนเซ่น

31.แล้วก็ไม่รู้ทำไม จะต้องบนเป็นการวิ่ง ไม่บนของกินนั่นนี่เหมือนที่อื่นเขา

32.แต่บางทีเราก็เห็นการแก้บนด้วยการเต้น cover เพลง gee...= ="

33.ที่พูดคุยนอกเหนือจากโรงอาหารคือ โฟลเดอร์สาธารณะในคอม รร. กับโต๊ะนักเรียน

34.ในคอม รร.มีไอเท็มทุกอย่างที่สาวๆ อยากได้ ตั้งแต่คลิปดารานักร้อง ซีรี่ย์ และโดจินวาย

35.บางทีอาจารย์เปิดมาตรวจงานเด็กเจอแบบนี้ก็ช็อกเหมือนกัน

36.อาจารยผู้หญิงจะตกใจแบบไม่อยากเชื่อ แต่อาจารย์ผู้ชายจะตกใจแบบสยอง

37.ยิ่งถ้าเป็นคลิปผู้ชายจูบกัน อาจารย์ผู้ชายจะยิ่งสยองอย่างถึงที่สุด

38.เวลาจบการศึกษาจะมีรุ่นน้องมาเลี้ยงอำลารุ่นพี่เสมอ

39.บางทีเราก็เห็นเรื่องซึ้งๆ อย่างเช่น เฟรนด์ชิพแฮนด์เมด ร่วมกันบูมรุ่นพี่ รวมถึงฉากสารภาพรักด้วย

40.และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้รู้จาก รร.หญิงล้วนคือ ไม่มีความลับและสัจจะในหมู่ผู้หญิง

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ดวงตา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอวัยวะอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ในชีวิตของคนมีตาปกติต้องใช้งานดวงตาทุกวี่วันไม่มีหยุด นอกเสียจากตอนนอนหลับ หรือหลับตาเพื่อพักสายตาเพียงชั่วครู่

เมื่อดวงตาเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญถึงเพียงนี้ หากใช้แล้วไม่รู้จักพัก ดูแลไม่ดี มุมสุขภาพต้องขอเตือนให้ระวัง โรคกระจกตาเสื่อมที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี เป็นโรคตาแห้ง และมีโรคประจำตัวที่ทำให้ต่อมน้ำตาแห้ง

อาการเตือนก็จะมีตั้งแต่แสบตา คันตา รู้สึกเจ็บตา เป็นตาแดงบ่อยๆ เห็นรอยเส้นเลือดฝอยสีแดงขึ้นในตาขาว ตาพร่ามัว เหล่านี้เป็นอาการของปัญหาตาแห้ง

ส่วนผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง เช่น ใช้งานเกินอายุคอนแทคเลนส์ ใส่ค้างไว้นานเกิน 8-10 ชั่วโมง หรือใส่นอน ไม่ค่อยล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์และกล่องเก็บ พฤติกรรมดังกล่าวมักจะนำอาการเจ็บตา มีเยื่อเมือกสีขาวปกคลุมทั้งตาขาวและตาดำ

สาเหตุที่การใช้คอนแทคเลนส์อย่างผิดๆ ทำให้กระจกตาเปื่อยได้ ก็เพราะ การใส่คอนแทคเลนส์ที่สกปรกอาจนำฝุ่นผงเข้าไปทำลายกระจกตาให้เป็นแผลถลอก และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อบักเตรี ชื่อ สูโดโมแนส แอโรจิโนซา เป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในที่เปียกชื้น ดังนั้นการนำคอนแทคเลนส์ที่มีเชื้อดังกล่าวมาใส่ จึงเป็นโอกาสให้เพาะพันธุ์เต็มดวงตาและทำลายกระจกเมื่อมีแผลเปิด

ส่วนสาเหตุอาการตาแห้งแล้วกระจกตาเปื่อยได้ เนื่องจากดวงตาที่มีสภาพแห้งจะทำให้กระจกตาไม่แข็งแรง เกิดการแยก หรือการถลอก จนทำให้เกิดแผล และเป็นทางเข้าของเชื้อโรค ในที่สุดกระตกก็จะเปื่อย

โรคกระจกตาเปื่อย หากเป็นในระดับรุนแรงจะมีหนองที่ดวงตา ยิ่งถ้าหนองขึ้นเต็มดวงตา จักษุแพทย์อาจต้องผ่าตัดควักดวงตาออกเพื่อป้องกันมิให้เชื้อแบคทีเรียชนิดดังกล่าวลุกลามไปยังสมองหรืออวัยวะอื่นๆ ทว่าอาการที่ไม่รุนแรงก็ยังพอรักษาด้วยยาได้

ไม่อยากเป็นโรคกระจกตาเปื่อย ต้องไม่ขาดวิตามินเอ ที่มีสรรพคุณบำรุงสายตา มีมากในผักและผลไม้สีเขียว ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือทำงานในที่มีแสงสว่างน้อย ต้องหมั่นพักสายตาทุกๆ 1 ชั่วโมง กรณีที่สงสัยว่า ตนเองมีอาการตาแห้งเกิดขึ้นบ่อยๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อวัดปริมาณน้ำตา ถือเป็นการป้องกันโรคกระจกตาเสื่อมได้.

รู้จักกับความเป็นมาของ ทรงผมนักเรียน

บทความว่าด้วยเรื่องกฎทรงผม ของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับ 2 พฤศจิกายน 2550 มีคำตอบสรุปความได้ว่า ประเทศไทยรับทรงผมทรงนักเรียนทั้งเครื่องแบบต่างๆ จากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงสงครามนั้นเกิดเหาระบาดมาก ประชาชนจึงนิยมตัดผมสั้นเกรียน

และต่อไปนี้คือเหตุผลสำคัญๆ ที่ไม่ควรมีกฎทรงผมนักเรียน
1.ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะการเลือกทรงผมไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน

2.ไร้ซึ่งความจำเป็น เดิมกฎทรงผมเป็นกฎของทหารเพื่อใช้ปลูกฝังการเชื่อฟังคำสั่ง ปลูกฝังอำนาจนิยม และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา แต่การปลูกฝังอำนาจนิยมทำให้เด็กมีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง และนักเรียนนักศึกษาไม่ต้องรีบร้อนในชีวิตประจำวัน สามารถดูแลทรงผมได้

3.การใช้กฎทรงผมบังคับเป็นการสร้างภาพลักษณ์เสมือนมีวินัย เนื่องจากระเบียบวินัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำ แต่หากเป็นการกระทำออกมาด้วยจิตสำนึก

4.ทำให้เยาวชนคิดไม่เป็นว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดหรือถูก ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ

5.ส่งเสริมให้เยาวชนไม่รักษาสิทธิ เนื่องจากการเลือกทรงผมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของบุคคลนั้นๆ แต่สถานศึกษากลับเพิกเฉยและตั้งกฎระเบียบอันเข้มงวด ทำให้นักเรียนไม่สามารถรักษาสิทธิของตัวเองได้ นับวันก็จะมีแต่คนหมดหวัง หมดอาลัย ทั้งที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆ

6.ปลูกฝังให้เยาวชนละทิ้งเหตุผล เยาวชนหลายคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่า "มันเป็นกฎ" หรือ "เธอไม่พอใจที่จะทำตามกฎ ก็ไม่ต้องเรียน" ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษาและกำลังให้การศึกษาต่ออนุชนรุ่นหลัง เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่ยึดมั่นในเหตุผลและรอคอยคำตอบก็จะถูกมองเป็นพวกก้าวร้าว แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับกฎโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เดินไปโดยปราศจากเป้าหมาย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของผู้ใหญ่

7.เป็นการส่งเสริมให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ จากการที่เยาวชนซึมซับการใช้อำนาจของครูของเขาที่ใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลให้เขาตัดทรงผมสั้นโดยไม่มีเหตุผล เขาจะทำตามโดยใช้อำนาจอย่างผิดๆ ทำร้ายคนอื่น

8.ทำให้เกิดการเหยียดหยามดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บางคนอาจได้ยินผู้ใหญ่ด่าว่าไว้ผมยาวเหมือนฮิปปี้จะไปเป็นนักเลงหรือ นั่นคือการเหยียดหยาม ความเป็นคนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม จะเป็นคนดี จะสั้นยาวก็ไม่มีปัญหา

9.ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นสิ่งจอมปลอม และมองข้ามชื่อเสียงที่แท้จริงไป คือคุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ

10.ปลูกฝังให้เยาวชนไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น หรือขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย จากที่เห็นได้ว่าเยาวชนต้องการหลุดจากแอกของกฎทรงผม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผู้ใหญ่ไม่รับฟังความคิดเห็น เยาวชนจะถูกหล่อหลอมให้เชื่อมั่นความคิดตัวเองมากเกินไปจนไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น ซึ่งเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออีกทางหนึ่งสูญเสียความมั่นใจ ทำอะไรก็ผิด เหตุผลดีแค่ไหนก็เท่านั้น เป็นอันตรายกับระบอบการปกครองเช่นกัน

ด้านกระทรวงศึกษาธิการแถลงข้อดีของกฎทรงผมนักเรียน สรุปได้ว่า สะอาด เรียบร้อย ป้องกันเหาได้ เสียค่าใช้จ่ายน้อยในการตัดผม ทรงสุภาพเหมาะสมกับวัย

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม

5 สิ่ง ที่ผู้หญิงมัก(แกล้ง)ลืม



แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์และหน้าที่การงานที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เวลาส่วนตัวมีน้อยลง ผู้หญิงอาจ "ลืม" อะไรไปหลายอย่างซึ่งเป็นสิ่งสำคัญใกล้ตัว และยังเป็นปัจจัยที่บั่นทอนและทำลายความมั่นใจของตัวเองไปโดยไม่ทันรู้ตัว

โลชั่นบำรุงผิว วาสลีน เฮลธี้ ไวท์ ประมวลข้อมูลอินไซด์ของหญิงยุคใหม่พบว่า มี 5 สิ่งหลักๆ ที่ผู้หญิงเรามักจะลืม (หรือพยายามลืม) ให้ความสำคัญ ได้แก่

1. ลืมดูกระเป๋าตังค์ โดยเฉพาะเมื่อเห็นป้ายเซล! มือไม้จะอ่อนเหมือนโดนสะกดจิตให้พุ่งเข้าไปหาของเซลอย่างไม่ทันคิด แต่ช็อปเพลินเกินห้ามใจขนาดไหนก็อย่าลืมตรวจดูสินค้าว่าหมดอายุเมื่อไหร่ แล้วมีตำหนิหรือคุณภาพคุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ อย่ามัวแต่รูดบัตรเครดิตเพลินจนเกินลิมิต ต้องหมั่นดูแลวินัยทางการเงินของตัวเองด้วย ถึงจะทั้งสวยและสมาร์ต

2. ลืมวัดรอบเอว ข้อนี้จะลืมกันบ่อยโดยเฉพาะเมื่อเห็นขนมหวานหรืออาหารถูกปาก จนทำให้ออกอาการ "คาดไม่ถึง" เพราะเข็มขัดเริ่มสั้นเกินไป ต้องเสียเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่อีก จนไม่กล้าชั่งน้ำหนัก เสียทั้งบุคลิกและสุขภาพ โรคภัยจะถามหา ลำบากต้องมาอดอาหารรีดน้ำหนักวุ่นวาย ถ้ารักจะกินก็ต้องอย่าลืมหลัก "แคลอรี-อิน แคลอรี-เอาต์" จะได้มีสุขภาพดีพร้อมหุ่นสวยให้หนุ่มๆ มองจนเหลียวหลัง

3. ลืมอายุ พออายุเลข 2 ปลายๆ ใกล้จะขึ้นเลข 3 สาวๆ ก็อยากจะหยุดนับเอาเสียดื้อๆ โดยเฉพาะสาวโสด พอมีใครถามอายุขนาดนี้ทำไมยังไม่แต่งงานก็เครียดและคิดมาก จนทำให้มีกามาประทับรอยเท้าที่หน้าโดยไม่รู้ตัว

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสาวๆ ดูอ่อนกว่าวัยจนใครๆ ก็ลืมอายุที่แท้จริงคือหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพกายและจิตใจ ส่วนภายนอกก็ไม่ควรลืมดูแลเสื้อผ้า หน้า ผม ให้เหมาะกับกาลเทศะ คงความอ่อนเยาว์และเสน่ห์ให้ยั่งยืน

4. ลืมบท (บาท) สาวๆ ยุคนี้ทำงานก็เก่ง ตัดสินใจเด็ดขาดในทุกเรื่อง แต่จะมาตกม้าตายตรงที่ลืมนึกไปว่าบางเรื่องในชีวิตส่วนตัวไม่อาจได้ดังใจคิด หัดนึกถึงใจหนุ่มๆ บ้างว่าเขาก็ต้องการคู่คิดหรือคู่ครอง เก็บบทบาทผู้ปกครองเอาไว้ใช้ยามคับขันบ้าง รู้จักบริหารเสน่ห์ ให้เขาสวมบทบาทฮีโร่บ้าง

5. ลืมตัว หมายถึงลืมดูแลผิวพรรณร่างกายในส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากผิวหน้า ด้วยความรีบเร่งและให้ความสำคัญกับผิวหน้ามากกว่าผิวกาย เมื่อเวลาผ่านไป ความแตกต่างระหว่างผิวหน้าและกาย โดยเฉพาะส่วนคอ มือ ข้อศอก หัวเข่า หรือผิวที่ถูกแดดคล้ำเสีย ผิวที่เสี่ยงต่อรอยเหี่ยวย่น ต่างๆ เหล่านี้ กลับไม่สอดคล้องกับผิวหน้า อาจทำให้เสียความมั่นใจในการแต่งกายที่ต้องเผยผิว

5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว

5 พฤติกรรมบอกว่าคุณติดอินเตอร์เน็ตเข้าแล้ว



1.นั่งๆ อยู่ ก็รู้สึกอยากออนไลน์ทั้งที่มีงาน มีภารกิจอื่นที่ต้องทำ

2.อยากหยุด หรืออยากลดการใช้อินเตอร์เน็ตแต่ก็ทำไม่ได้สักที และบางทีถึงขั้นหงุดหงิด ซึมเศร้า โมโห เมื่อหยุดใช้อินเตอร์เน็ต (ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้)

3.ออนไลน์นานเกินกว่าความตั้งใจเมื่อเริ่มเล่นตอนแรก

4.ความสัมพันธ์กับครอบครัว หรือกับเพื่อนบางคน บางกลุ่มลดลง

5.เมื่อรู้สึกเศร้า ผิดหวัง ท้อแท้ มักออนไลน์เพื่่อหนีปัญหา หรือปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านั้น

วิธีหนีโรคคอมพิวเตอร์

1. การใช้งานคอมพิวเตอร์ 1-2 ชั่วโมง ควรหยุดพัก 10-15 นาที ทั้งหลับตา มองต้นไม้ บริหารดวงตาด้วยการกลอกตาเป็นวงกลม 5-6 รอบ ใช้นิ้วนางแตะหัวตาแต่ละข้าง คลึง กดจุด 1-2 วินาที

2. ตั้งจอคอมพิวเตอร์ห่างจากสายตา 20-24 นิ้ว ระดับต่ำกว่าสายตาเล็กน้อย เพื่อลดการตกของจุดรวมแสง ส่วนความสว่างควรอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าของแสงแวดล้อม

3.จัดท่านั่งให้ถูกต้อง เช่น เวลาพิมพ์ข้อศอกกับคีย์บอร์ดอยู่ในระดับเดียวกัน ขาสองข้างวางเรียบกับพื้น นั่งตัวตรง อย่าให้ข้อมือโก่ง โค้งผิดปกติ เวลาใช้เมาส์ตัวอักษรที่เล็กที่สุดที่คุณสามารถอ่านได้ ใช้ตัวอักษรสีดำ บนพื้นสีขาวเป็นหลัก หลีกเลี่ยงพื้นสีเข้ม

4. ควรออกกำลังกาย เช่น กำมือ คลายมือ นวดไหล่ ต้นคอ ยืดแขน ลุกขึ้นยืนขยับตัวเป็นระยะ ๆ

5. หมั่นทำความสะอาดปัดฝุ่น เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค

เลขนำโชคประจำราศี

เลขมงคลนำโชคประจำราศีเกิด



ราศีเมษ (21 มี.ค. – 20 เม.ย.) เลขนำโชค คือ 1, 4, 9 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีพฤษภ (21 เม.ย. – 21 พ.ค.) เลขนำโชค คือ 4, 5, 6, 7, 1 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีเมถุน (22พ.ค. – 21มิ.ย.) เลขนำโชค คือ 5, 9, 4, 3, 6 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีกรกฎ(22มิ.ย. - 23ก.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 7, 8, 0 เลขตัดโชค คือ 1


ราศีสิงค์(24ก.ค. – 23ส.ค.) เลขนำโชค คือ 8 , 9, 3, 1 เลขตัดโชค คือ 6


ราศีกันย์ (24ส.ค. – 23ก.ย.) เลขนำโชค คือ 4 , 5, 0, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3


ราศีตุล(24ก.ย. – 23ต.ค.) เลขนำโชค คือ 3, 6, 7 ลขตัดโชค คือ 8


ราศีพิจิก(24ต.ค. – 22พ.ย.) เลขนำโชค คือ 3 , 4, 5, 1 เลขตัดโชค คือ 2


ราศีธนู(23พ.ย. – 21ธ.ค.) เลขนำโชค คือ 5 , 9, 1, 2 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีมังกร(22ธ.ค. – 20 ม.ค.) เลขนำโชค คือ 1, 2, 8 เลขตัดโชค คือ 7


ราศีกุมภ์(21ม.ค. – 19ก.พ.) เลขนำโชค คือ 1, 7, 5, 4 เลขตัดโชค คือ 8


ราศีมีน(20ก.พ. – 20มี.ค.) เลขนำโชค คือ 2, 6, 9 เลขตัดโชค คือ 3

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ลางบอกเหตุ : ตาเขม่น


เรื่องตาเขม่นตามความเป็นจริงแล้ว เขม่นได้หลายส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก แขน ขา หรือแม้กระทั่งตา ดังนั้นการเขม่นตาจะแบ่งออก เป็น 3 ช่วง มีอะไรบ้างมาดูกัน

หากเขม่นตาในช่วงเช้า - บ่าย คนโบราณกล่าวไว้ว่า

- หากเป็นข้างขวา จะมีโชค ลาภ ได้รับข่าวดี เรียกว่า จะสมหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คอย

- หากเขม่นที่ตาซ้าย ท่านว่าจะมีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวังเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน เช่น มีการทะเลาะกัน เกิดขึ้น หรือจะต้องสูญเสียของรักบางอย่างไป

- ถ้าเขม่นตาไม่ว่าจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาในช่วงเวลาเย็น ถือว่ามีโชคมีลาภ จะได้พบญาติสนิทมิตรรักเดินทางมาหา

ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน

- การเขม่นตาขวา จะได้ดี จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิดขึ้น

- ถ้าหากเขม่นตาซ้าย จะมีโชคลาภจากเพื่อน จะสมหวังสิ่งที่รอคอย เรียกว่า ขวาร้าย-ซ้ายดี

การเขม่นตานี้เชื่อกันว่า เป็นลางบอกเหตุที่แม่นยำมาก ท่านให้ถือเวลาที่จะเกิดเหตุไม่ดีและร้ายภายใน 3 วันอย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน









"40 ความจริงของโรงเรียนหญิงล้วน"

1. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนจะมีแต่กุลสตรีผู้เรียบร้อย

2. ความจริงคือ รร.ชายล้วนยังเรียบร้อยกว่า

3. คนภายนอกมักคิดว่า รร.หญิงล้วนก็ต้องมีแต่ผู้หญิง

4. หารู้ไม่ว่าที่จริง 30% เป็นทอม 20%เป็นดี้ และ50% ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นทอมหรือดี้หรือเป็นผู้หญิงธรรมดาดี

5. สิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมาก คือ มีดาราหนุ่มเข้ามาใน รร.

6. และสิ่งที่ทำให้ รร.หญิงล้วนดีใจมากกว่า คือ มีสาวหล่อเข้ามาใน รร.

7.โรงอาหารไม่ใช่ที่กินข้าว แต่เป็นที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์ของสาวๆ

8.แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่สาวๆ ที่พูดคุย พบปะ สังสรรค์คือสนามบาส

9.และสนามบาสไม่ได้มีไว้เล่นบาสเท่านั้น มันยังมีไว้กินข้าว นอนพักผ่อน ลอกการบ้าน ทำโครงงาน และแก้บน

10.ห้องสมุดเป็นที่สำหรับคน 2 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.คนที่มาหาที่นอน

11.ห้องพักครูเป็นที่สำหรับคน 3 พวกคือ 1.เด็กเนิร์ด 2.เด็กผิดระเบียบ 3.โดนเรียกมาใช้งาน

12.หนังสือที่ขายดีที่สุดในโรงเรียนหญิงล้วนมี 2 ประเภทคือ 1.แจ่มใส 2.พูนิก้า

13.อาหารที่มียอดขายสูงสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ อาหารอีสาน

14.อาหารที่มียอดขายต่ำสุดในโรงเรียนหญิงล้วน คือ สเต็ก

15.แต่เวลาไปเที่ยวห้าง สาวๆกลับชอบกินสเต็ก (ซะงั้น!?)

16.เขียนชื่อบอกรักคนนู้นคนนี้บนโต๊ะไม่ใช่เรื่องแปลก

17.และอย่าแปลกใจถ้ามีชื่อเพื่อนเราถูกบอกรักอยู่บนโต๊ะ

18.อย่าอิจฉามัน แต่จงเอามาล้อให้มันอายมุดดินหนี

19.ใครคบกับรุ่นพี่น่าอิจฉา ใครคบกับรุ่นน้องน่าอิจฉากว่า แต่ใครคบกับผู้ชาย-ทรยศ

20.ความฮ็อตของแต่ละคนไม่ได้วัดด้วยจำนวนช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์

21.แต่วัดด้วยราคาของช็อกโกแลตมากกว่า

22.เวลาเรียน คนมักจะไม่ค่อยครบ ยิ่งเวลาที่มีดารานักร้องมา รร. คนยิ่งหาย

23.ที่เหลืออยู่ในห้องจะมี เด็กเนิร์ด หัวหน้าหรือตัวแทนห้องเพื่อรับมืออาจารย์

24.เวลาเรียกส่งงานมักจะมีเสียงดังขึ้นมาว่า "อย่าพึ่งเก็บน้า เราพึ่งลอกได้หน้าเดียวเอง"

25.ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ดีก็จะตอบว่า "เคๆ งั้นคาบ 4 ค่อยส่งน้า"

26.แต่ถ้าหัวหน้าห้องอารมณ์ไม่ดีก็จะตอบว่า "แกจะให้เราแบกไปเองช้ะ! เออ!

ไม่ต้องรีบส่งหรอก เราแค่ต้องแบกไปอีกสามคาบเอง!"

27.ทุกคนจะมีตารางสอนของทุกห้อง เผื่อเวลาลืมเอาหนังสือมาจะได้แว้บไปยืมได้

28. ทุกคนจะมีเพื่อนอยู่ทุกห้อง เผื่อเวลาสอบท้ายหน่วยจะได้ไปขอคำปรึกษาได้ = =+

29.เวลาสอบเสร็จ จะมีคน 2 พวกคือ 1.วิ่งแก้บน 2.ไปฉลองสเวนเซ่นแล้วค่อยมาแก้บนวันหลัง

30.แล้วก็ไม่รู้ทำไม สอบเสร็จต้องไปฉลองที่สเวนเซ่น

31.แล้วก็ไม่รู้ทำไม จะต้องบนเป็นการวิ่ง ไม่บนของกินนั่นนี่เหมือนที่อื่นเขา

32.แต่บางทีเราก็เห็นการแก้บนด้วยการเต้น cover เพลง gee...= ="

33.ที่พูดคุยนอกเหนือจากโรงอาหารคือ โฟลเดอร์สาธารณะในคอม รร. กับโต๊ะนักเรียน

34.ในคอม รร.มีไอเท็มทุกอย่างที่สาวๆ อยากได้ ตั้งแต่คลิปดารานักร้อง ซีรี่ย์ และโดจินวาย

35.บางทีอาจารย์เปิดมาตรวจงานเด็กเจอแบบนี้ก็ช็อกเหมือนกัน

36.อาจารยผู้หญิงจะตกใจแบบไม่อยากเชื่อ แต่อาจารย์ผู้ชายจะตกใจแบบสยอง

37.ยิ่งถ้าเป็นคลิปผู้ชายจูบกัน อาจารย์ผู้ชายจะยิ่งสยองอย่างถึงที่สุด

38.เวลาจบการศึกษาจะมีรุ่นน้องมาเลี้ยงอำลารุ่นพี่เสมอ

39.บางทีเราก็เห็นเรื่องซึ้งๆ อย่างเช่น เฟรนด์ชิพแฮนด์เมด ร่วมกันบูมรุ่นพี่ รวมถึงฉากสารภาพรักด้วย

40.และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้รู้จาก รร.หญิงล้วนคือ ไม่มีความลับและสัจจะในหมู่ผู้หญิง

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ดวงตา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอวัยวะอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ในชีวิตของคนมีตาปกติต้องใช้งานดวงตาทุกวี่วันไม่มีหยุด นอกเสียจากตอนนอนหลับ หรือหลับตาเพื่อพักสายตาเพียงชั่วครู่

เมื่อดวงตาเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญถึงเพียงนี้ หากใช้แล้วไม่รู้จักพัก ดูแลไม่ดี มุมสุขภาพต้องขอเตือนให้ระวัง โรคกระจกตาเสื่อมที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี เป็นโรคตาแห้ง และมีโรคประจำตัวที่ทำให้ต่อมน้ำตาแห้ง

อาการเตือนก็จะมีตั้งแต่แสบตา คันตา รู้สึกเจ็บตา เป็นตาแดงบ่อยๆ เห็นรอยเส้นเลือดฝอยสีแดงขึ้นในตาขาว ตาพร่ามัว เหล่านี้เป็นอาการของปัญหาตาแห้ง

ส่วนผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง เช่น ใช้งานเกินอายุคอนแทคเลนส์ ใส่ค้างไว้นานเกิน 8-10 ชั่วโมง หรือใส่นอน ไม่ค่อยล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์และกล่องเก็บ พฤติกรรมดังกล่าวมักจะนำอาการเจ็บตา มีเยื่อเมือกสีขาวปกคลุมทั้งตาขาวและตาดำ

สาเหตุที่การใช้คอนแทคเลนส์อย่างผิดๆ ทำให้กระจกตาเปื่อยได้ ก็เพราะ การใส่คอนแทคเลนส์ที่สกปรกอาจนำฝุ่นผงเข้าไปทำลายกระจกตาให้เป็นแผลถลอก และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อบักเตรี ชื่อ สูโดโมแนส แอโรจิโนซา เป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในที่เปียกชื้น ดังนั้นการนำคอนแทคเลนส์ที่มีเชื้อดังกล่าวมาใส่ จึงเป็นโอกาสให้เพาะพันธุ์เต็มดวงตาและทำลายกระจกเมื่อมีแผลเปิด

ส่วนสาเหตุอาการตาแห้งแล้วกระจกตาเปื่อยได้ เนื่องจากดวงตาที่มีสภาพแห้งจะทำให้กระจกตาไม่แข็งแรง เกิดการแยก หรือการถลอก จนทำให้เกิดแผล และเป็นทางเข้าของเชื้อโรค ในที่สุดกระตกก็จะเปื่อย

โรคกระจกตาเปื่อย หากเป็นในระดับรุนแรงจะมีหนองที่ดวงตา ยิ่งถ้าหนองขึ้นเต็มดวงตา จักษุแพทย์อาจต้องผ่าตัดควักดวงตาออกเพื่อป้องกันมิให้เชื้อแบคทีเรียชนิดดังกล่าวลุกลามไปยังสมองหรืออวัยวะอื่นๆ ทว่าอาการที่ไม่รุนแรงก็ยังพอรักษาด้วยยาได้

ไม่อยากเป็นโรคกระจกตาเปื่อย ต้องไม่ขาดวิตามินเอ ที่มีสรรพคุณบำรุงสายตา มีมากในผักและผลไม้สีเขียว ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือทำงานในที่มีแสงสว่างน้อย ต้องหมั่นพักสายตาทุกๆ 1 ชั่วโมง กรณีที่สงสัยว่า ตนเองมีอาการตาแห้งเกิดขึ้นบ่อยๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อวัดปริมาณน้ำตา ถือเป็นการป้องกันโรคกระจกตาเสื่อมได้.

รู้จักกับความเป็นมาของ ทรงผมนักเรียน

บทความว่าด้วยเรื่องกฎทรงผม ของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับ 2 พฤศจิกายน 2550 มีคำตอบสรุปความได้ว่า ประเทศไทยรับทรงผมทรงนักเรียนทั้งเครื่องแบบต่างๆ จากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงสงครามนั้นเกิดเหาระบาดมาก ประชาชนจึงนิยมตัดผมสั้นเกรียน

และต่อไปนี้คือเหตุผลสำคัญๆ ที่ไม่ควรมีกฎทรงผมนักเรียน
1.ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะการเลือกทรงผมไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน

2.ไร้ซึ่งความจำเป็น เดิมกฎทรงผมเป็นกฎของทหารเพื่อใช้ปลูกฝังการเชื่อฟังคำสั่ง ปลูกฝังอำนาจนิยม และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา แต่การปลูกฝังอำนาจนิยมทำให้เด็กมีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง และนักเรียนนักศึกษาไม่ต้องรีบร้อนในชีวิตประจำวัน สามารถดูแลทรงผมได้

3.การใช้กฎทรงผมบังคับเป็นการสร้างภาพลักษณ์เสมือนมีวินัย เนื่องจากระเบียบวินัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำ แต่หากเป็นการกระทำออกมาด้วยจิตสำนึก

4.ทำให้เยาวชนคิดไม่เป็นว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดหรือถูก ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ

5.ส่งเสริมให้เยาวชนไม่รักษาสิทธิ เนื่องจากการเลือกทรงผมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของบุคคลนั้นๆ แต่สถานศึกษากลับเพิกเฉยและตั้งกฎระเบียบอันเข้มงวด ทำให้นักเรียนไม่สามารถรักษาสิทธิของตัวเองได้ นับวันก็จะมีแต่คนหมดหวัง หมดอาลัย ทั้งที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆ

6.ปลูกฝังให้เยาวชนละทิ้งเหตุผล เยาวชนหลายคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่า "มันเป็นกฎ" หรือ "เธอไม่พอใจที่จะทำตามกฎ ก็ไม่ต้องเรียน" ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษาและกำลังให้การศึกษาต่ออนุชนรุ่นหลัง เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่ยึดมั่นในเหตุผลและรอคอยคำตอบก็จะถูกมองเป็นพวกก้าวร้าว แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับกฎโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เดินไปโดยปราศจากเป้าหมาย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของผู้ใหญ่

7.เป็นการส่งเสริมให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ จากการที่เยาวชนซึมซับการใช้อำนาจของครูของเขาที่ใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลให้เขาตัดทรงผมสั้นโดยไม่มีเหตุผล เขาจะทำตามโดยใช้อำนาจอย่างผิดๆ ทำร้ายคนอื่น

8.ทำให้เกิดการเหยียดหยามดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บางคนอาจได้ยินผู้ใหญ่ด่าว่าไว้ผมยาวเหมือนฮิปปี้จะไปเป็นนักเลงหรือ นั่นคือการเหยียดหยาม ความเป็นคนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม จะเป็นคนดี จะสั้นยาวก็ไม่มีปัญหา

9.ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นสิ่งจอมปลอม และมองข้ามชื่อเสียงที่แท้จริงไป คือคุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ

10.ปลูกฝังให้เยาวชนไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น หรือขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย จากที่เห็นได้ว่าเยาวชนต้องการหลุดจากแอกของกฎทรงผม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผู้ใหญ่ไม่รับฟังความคิดเห็น เยาวชนจะถูกหล่อหลอมให้เชื่อมั่นความคิดตัวเองมากเกินไปจนไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น ซึ่งเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออีกทางหนึ่งสูญเสียความมั่นใจ ทำอะไรก็ผิด เหตุผลดีแค่ไหนก็เท่านั้น เป็นอันตรายกับระบอบการปกครองเช่นกัน

ด้านกระทรวงศึกษาธิการแถลงข้อดีของกฎทรงผมนักเรียน สรุปได้ว่า สะอาด เรียบร้อย ป้องกันเหาได้ เสียค่าใช้จ่ายน้อยในการตัดผม ทรงสุภาพเหมาะสมกับวัย